
นายกฯ"อภิสิทธิ์"ไม่หวั่นพันธมิตรตั้งพรรคการเมือง
นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ไม่หวั่นพธม.ตั้งพรรคการเมืองบอกเป็นเรื่องดีให้เป้นทางเลือกกับประชาชน ยันการทำงานไม่เคยลังเลหากเห็นว่าไม่กล้าหาญเรื่องใดให้บอกมาพร้อมชี้แจง
(6มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่หวั่นไหวกับข่าวดังกล่าว จุดยืนของเรามีมาโดยตลอดว่าการมีพรรคการเมืองเข้ามาแข่งขันมากขึ้นในระบบก็เป็นสิ่งที่ดีเป็นทางเลือกให้กับประชาชน
เมื่อถามว่าเป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรฯและพรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนจะมีความใกล้เคียงกันจะเป็นการแย่งมวลชนกันเองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามผู้ที่จะก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพราะเขาเองก็ต้องวางตำแหน่งพรรคการเมืองของตัวเองเราก็ยังไม่ทราบรายละเอียด เพียงแต่พูดได้ว่าในแง่การแข่งขันทางการเมืองนั้นเป้นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นการที่มีพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นเป็นทางเลือกเราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ระบุว่าที่ต้องตั้งพรรคการเมืองเป็นเพราะว่าพรรคที่มีอยู่ไม่เป็นคำตอบที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปการเมืองได้แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์เอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นความเห็นของนายสุริยะใส แต่ตนก็มีแนวคิดและแนวทางที่บอกไปแล้วว่าการปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดว่าตัวเองทำได้ก็จะไม่มีทางสำเร็จและยิ่งจะเป็นการสร้างความขัดแย้ง แต่ถ้าใช้แนวทางในการพยายามดึงทุกฝ่ายเข้ามาร่วมและทุกฝ่ายต้องยอมรับว่าจะเอาสิ่งที่ตัวเองต้องการ 100% นั้นคงเป็นไปไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมาดูและตนไม่ได้คิดว่าการดึงทุกฝ่ายเข้ามาจะเป็นการประณีประนอมในหลักการนั้นไม่ใช่ เพียงแต่เป็นเรื่องการตั้งหลักการที่ถูกต้องและดูว่าวิธีการ ความคิดเห็นที่หลากหลายนั้นจะสามารถเอามารวมกันได้อย่างไร แต่ทั้งหมดตนก็ยังเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นแนวทางที่เป็นคำตอบ แต่ใครที่คิดว่าไม่มีคำตอบก็สามารถที่จะเสนอทางเลือกอื่นมาซึ่งตนก็เคารพ
เมื่อถามว่าแกนนำพันธมิตรฯ เขาผิดหวังกับรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงออกมาขู่ในการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าผิดหวังหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตามแต่ละกลุ่มการเมืองต่างก็มีเป้าหมาย ข้อเรียกร้องบางเรื่องก็อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับเราได้ถือเป็นปกติ
ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าปัญหาปัจจุบันคือความกล้าหาญของนายกรัฐมนตรีนั้นความจริงถ้าหากมีเรื่องไหนที่คิดว่าตนยังไม่ได้ทำและคิดว่าเป็นเพราะความไม่กล้า ถ้ามีรูปธรรมดังกล่าวสามารถที่จะบอกได้ก็ยินดีที่จะชี้แจง เพราะบางเรื่องอาจจะมองไม่ตรงกัน บางเรื่องอาจมีข้อจำกัดในข้อกฎหมาย บางเรื่องอาจมีวิธีประเมินที่แตกต่างกันในการเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
“แต่ผมคิดว่าที่ผ่านมาไม่มีเรื่องไหนที่ผมลังเล เรื่องไหนที่ข้อมูลพร้อมข้อกฎหมายชัด มีนโยบายเป้าหมายชัดเจนผมก็ไม่มีรีรอหรือกังวลอะไร ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



