ข่าว

ส่องก่อนเกมทอตแนม ฮอตสเปอร์ ปะทะ ลิเวอร์พูล

ส่องก่อนเกมทอตแนม ฮอตสเปอร์ ปะทะ ลิเวอร์พูล
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สุดสัปดาห์นี้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงมีบิ๊กแมทช์ให้ติดตามชมอีกเช่นเคย

 

โดยคราวนี้เป็นการพบกันระหว่างทีมจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งจะออกไปเยือน ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 6 ซึ่งหวังเก็บสามแต้มเพื่อลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์

 

สเปอร์ส - ลิเวอร์พูล

สนามทอตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม, กรุงลอนดอน

วันเสาร์ที่ 11 ม.ค.2563

เวลา 00.30 น.

 

 

สถิติพบกัน 5 นัดหลังสุด

27/10/19    ลิเวอร์พูล    2 - 1    สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก)

02/06/19    สเปอร์ส    0 - 2    ลิเวอร์พูล (ยูซีแอล)

31/03/19    ลิเวอร์พูล    2 - 1    สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก)

15/09/18    สเปอร์ส    1 - 2    ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

04/02/18    ลิเวอร์พูล    2 - 2    สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก)

ผลงานพบกันในช่วงหลัง ลิเวอร์พูล ถือว่าดีกว่าพอสมควร โดยในเกมพรีเมียร์ลีก 3 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูล คว้าชัยได้ทั้งสามนัดและที่สกอร์เดียวกันคือ 2-1 ขณะที่ถ้านับรวมในพรีเมียร์ลีก 5 นัดหลังสุด สเปอร์ส เป็นฝ่ายเอาชนะหงส์แดงได้แค่นัดเดียวเท่านั้น ที่เหลือ ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัด และเสมออีก 1 เกม

 

ความพร้อม

สเปอร์ส

 

เจ้าบ้าน “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ของ ชูเซ มูรินโญ ผลงานช่วงหลังไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อไม่สามารถสะกดคำว่าชัยชนะได้เลย ตลอด 3 นัดหลังสุดนับรวมทุกรายการ โดยแบ่งเป็นเสมอ 1 นัด และแพ้ 1 เกมในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เกมล่าสุดในรายการฟุตบอลถ้วยอย่างเอฟเอ คัพ ก็ทำได้แค่เสมอทีมรองบ่อนจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อย่าง มิดเดิลสโบรช์ 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา

 

ทำให้นัดนี้พลพรรคไก่เดือยทองต้องเค้นฟอร์มอย่างหนักเพื่อกู้ศรัทธาแฟนบอลกลับมาอีกครั้ง หลังจากตอนนี้อันดับบนตารางคะแนนของพวกเขารั้งในอันดับ 6 ผ่าน 21 นัด มีอยู่ 30 คะแนน ห่างจาก เชลซี ทีมอันดับ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ท็อปโฟร์อยู่ถึง ุ6 คะแนน

 

อย่างไรก็ตามสภาพทีมกลับต้องประสบปัญหาแกนหลักบาดเจ็บกันหลายราย โดยเฉพาะดาวยิงคนเก่งอย่าง แฮร์รี เคน เจ้าของผลงาน 11 ประตูในลีกและเป็นดาวซัลโวของทีมต้องเจอปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้ายฉีกขาดจากเกมที่พ่าย เซาแธมป์ตัน 0-1 ในเกมเปิดปีใหม่ซึ่งเวลานี้ทีมแพทย์ระบุ เคน ต้องผ่าตัดและพักนานร่วม 4 เดือน

 

เช่นเดียวกับ มุสซา ซิสโซโก และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล ซึ่งเจ็บจากเกมเดียวกัน โดย ซิสโซโก กองกลางจำเป็นต้องพักแข้งยาวจนถึงเดือนเมษายน หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าขวา เมื่อวันอังคารที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา ส่วนในรายของ เอ็นดอมเบเล นายใหญ่อย่าง มูรินโญ เองก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าลูกทีมรายนี้บาดเจ็บหนักขั้นไหน แต่บอกได้เพียงว่าดาวเตะเจ้าของค่าตัว 53.8 ล้านปอนด์ นั้นมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต ไม่สามาถลงช่วยทีมได้และยังไม่ทราบว่าต้องพักกี่สัปดาห์ และเมื่อนับรวมกับบรรดาดาวเตะที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วทั้ง อูโก โยริส, เบน เดวิส และ แดนนี โรส ก็จะทำให้เจ้าถิ่นเจอปัญหาแข้งเดี้ยงพร้อมกันถึง 6 ราย

 

การจัดทัพ มูรินโญ คงต้องปรับมหากพอสมควร โดยคาดว่าจะปรับมาเล่นในระบบ 3-5-2 โดยวาง อีริค ดายเออร์, โทบี อัลเดอร์ไวเลด์ และ แยน แฟร์ทองเกน รับบทสามเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โดยฟูลแบ็กสองข้างประกอบด้วย แซร์ช ออริเยร์ กับ ไรอัน แซสเซญอง ที่น่าจะได้โอกาสลงบู๊ 11 คนแรก

 

กลางสนาม คริสเตียน อิริคเซน ปั้นเกมร่วมกับ เดเล อัลลี โดยมี แฮร์รี วิงค์ส เป็นตัวเชื่อมเกม ส่วนคู่ศูนย์หน้าเมื่อไม่มี แฮร์รี เคน คาดว่าจะปรับมาใช้บริการ ลูคัส มูรา จับคู่กับ ซน ฮึง มิน กองหน้าเกาหลีใต้ลงล่าตาข่ายร่วมกัน

 

 

ลิเวอร์พูล

 

ฝั่งทีมเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของเจอร์เกน คลอปป์ ชั่วโมงนี้ผลงานกำลังติดลมบน โดย 11 นัดหลังสุดในลีกพวกเขาชนะรวด และไม่แพ้ทีมใดในพรีเมียร์ลีกมานาน 37 นัดติด ส่วนเกมล่าสุดที่พักตัวหลักไว้หลายรายก็ยังสามาถเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในถ้วยเอฟเอ คัพ รอบ 3 มาได้ 1-0 เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา

 

โดยถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล นำจ่าฝูงจากการมี 58 คะแนน ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี อันดับ 2 กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมอันดับ 3 อยู่ถึง 13 และ 14 คะแนน โดยยังมีเกมในมืออีก 1 นัด

 

สภาพทีมถือว่าสมบูรณ์ทีเดียวเพราะนอกจากแกนหลักที่ได้พักไม่ต้องบู๊เกมเอฟเอ คัพ นายใหญ่อย่างคลอปป์ ยังได้ข่าวดีคือ โจเอล มาติป ซึ่งเจ็บหัวเข่าและพักยาวตั้งแต่เดือนตุลาคม กับ เซอร์ดาน ชากิรี ที่เจ็บเมื่อเดือนที่แล้ว สลัดอาการเดี้ยงกลับมาลงซ้อมกับทีมได้แล้ว ทำให้จะมีเพียง เจมส์ มิลเนอร์ ที่เจ็บจากเกมล่าสุดและนาบี เกอิตา ซึ่งเจ็บโคนขาหนีบ เป็น 2 แข้งที่หมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทีม เพิ่มเติมจากลิสต์แข้งที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วทั้ง เดยัน ลอฟเรน, ฟาบินโญ และนาธาเนียล ไคลน์

 

การจัดทัพในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู อลิสซง เบคเกอร์

 

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนล กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ประจำการฟูลแบ็กสองฝั่ง โจ โกเมซ จับคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์

 

กลางสนามสามคน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมเดินเกมร่วมกับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และอดัม ลัลลานา

 

สามประสานเกมรุกยังเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และซาดิโอ มาเน เจ้าของรางวัลนักเตะแห่งปีแอฟริกันคนล่าสุด

 

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

สเปอร์ส - กาซซานิกา : ดายเออร์, อัลเดอร์ไวเรลด์, แฟร์ทองเกน : ออริเยร์, วิงค์ส, อิริคเซน, อัลลี, แซสเซญอง : มูรา, ซน ฮึง มิน

ลิเวอร์พูล - อลิสซง : อเล็กซานเดอร์-อาร์โนล, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน : ลัลลานา, เฮนเดอร์สัน, ไวจ์นัลดุม : ซาลาห์, ฟีร์มิโน, มาเน

 

ผู้ตัดสิน: มาร์ติน แอตกินสัน

 

 

สถิติการพบกันในพรีเมียร์ลีก

55 นัด

สเปอร์ส ชนะ 14 นัด

ลิเวอร์พูล ชนะ 26 นัด

เสมอ 15 นัด

ฤดูกาลล่าสุด ลิเวอร์พูล 2-1 สเปอร์ส (27/10/2019)

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด