
วาฬหัวแตงโมตายเกยตื้นชายหาดอ่าวฉลอง
วาฬหัวแตงโมสองแม่ลูกคลื่นซัดเกยตื้นชายหาดอ่าวฉลอง ด้านลูกรอดแม่ตาย ชี้เป็นวาฬพันธุ์ที่หาดูได้ยากมาก เพราะอยู่ในทะเลลึก
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 12 ธ.ค.52 นายธีรพงษ์ เถาว์แดง รองนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีวาฬเกยตื้นเสียชีวิตที่บริเวณชายหาด ม.5 บ้านบางคณฑี ต.ราไวย์ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อเดินทางร่วมตรวจสอบ
หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง สัตวแพทย์กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก โดยที่เกิดเหตุเป็นบริเวณชายหาดหมู่บ้าน ฟิชเชอร์แมน ห่างจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลองประมาณ 500 เมตร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า เป็นวาฬหัวแตงโม เพศเมีย น้ำหนักประมาณ 200 กก.อายุระหว่าง 20 - 30 ปี ยาวกว่า 2 เมตร สภาพตามร่างกายมีบาดแผลถลอกหลายแห่ง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำซาก ไปผ่าชันสูตรสาเหตุการตายในครั้งนี้ที่สถาบันอีกครั้งหนึ่ง
น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง สัตวแพทย์กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กล่าวว่า วาฬที่มาเกยตื้นในครั้งนี้เป็นวาฬ 1 ใน 2 ตัวที่เจ้าหน้าที่สถาบันฯ พยายามช่วยเหลือชีวิตไว้เมื่อกลางดึกของวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่วาฬหัวแตงโมทั้ง 2 ตัว ว่ายหลงฝูงเข้ามาเกยตื้นที่หาดสน บ้านโคกตะโหนด ต.ฉลอง อ.เมือง อีกหนึ่งตัวคาดว่าเป็นลูก มีอายุราว 2 ปี น้ำหนักประมาณ 50 กก.ยาว1 เมตร
โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายากได้ฉีดยากันช๊อกและยาคลายเครียด พร้อมกับยาบำรุงอย่างละเข็ม และนำวาฬทั้ง 2 ตัวขึ้นรถยนต์ไปปล่อยที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง เนื่องจากบริเวณที่วาฬทั้งคู่ว่ายเข้ามาเกยตื้นนั้นเป็นทะเลตื้น วาฬไม่สามารถว่ายออกสู่ทะเลลึกเองได้ จึงจำเป็นต้องย้ายสถานที่ปล่อย จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 12 ธ.ค.52 วาฬตัวแม่กลับตายและลอยขึ้นมาเกยตื้นที่อ่าวฉลอง บ้านบางคณฑี หมู่ 5 ต.ราไวย์ อ.เมือง เบื้องต้นคาดว่าตัวแม่อาจมีสภาพอ่อนแรงและมีบาดแผลตามตัวหลายแห่ง จนอาจเกิดอาการช๊อกน้ำตายในที่สุด ส่วนตัวลูกยังเล็กและแข็งแรง จึงสามารถว่ายออกในทะเลลึกได้
น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้วาฬทั้ง 2 ตัว ว่ายเข้ามาเกยตื้นในครั้งนี้คาดว่า ทั้งคู่ตามหาแหล่งอาหาร แต่เมื่อน้ำทะเลลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถว่ายกลับคืนสู่ทะเลลึกได้ หรืออาจเกิดผิดพลาดจากโซน่านำทางของจ่าฝูง ทำให้เกิดพลัดหลงฝูงและว่ายหลงเข้ามาในอ่าวหรือชายหาดที่ตื้น โดยวาฬชนิดนี้ไม่ค่อยพบบ่อยครั้ง และถือว่าเป็นวาฬที่หาดูได้ยากมาก เนื่องจากอยู่ในทะเลลึก และไม่พบมานานแล้วในฝั่งทะเลอันดามัน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้วาฬตัวแม่ตายนั้นคาดว่าเกิดอาการช๊อกน้ำ หรืออาจจะหมดแรง เนื่องจากในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคลื่นลมแรง ซึ่งในช่วงที่ปล่อยวาฬทั้ง 2 ลงน้ำ ทั้ง 2 ตัวยังสามารถว่ายน้ำได้ตามปกติ จึงได้ปล่อยออกไป แต่ไม่คาดว่าลมจะแรงในช่วงดึก ทำให้วาฬตัวแม่หมดแรงและถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้น ทางสถาบันจะนำไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันฯ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดต่อไป



