ข่าว

ชาติอาเซียนค้าน
ซีเกมส์จัด4 ปีครั้ง

ชาติอาเซียนค้าน ซีเกมส์จัด4 ปีครั้ง

13 ธ.ค. 2552

อนาคตซีเกมส์ยังไม่ชัวร์แข่ง หลังชาติอาเซียนส่วนใหญ่ต้องการให้แข่ง 2 ปีครั้ง มากกว่า 4 ปีครั้ง เพราะเกรงนักกีฬาไร้เวทีประลองพัฒนาฝีมือ “ศ.เจริญ วรรธนะสิน” มนตรีซีเกมส์ชาวไทย เผยสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ จะนัดปรับนโยบายการพัฒนากีฬาซีเกมส์ใหม่ต้นปีหน้า

ศ.เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์ชาวไทย เปิดเผยถึงแนวความคิดการจัดกีฬาซีเกมส์ที่จะปรับช่วงเวลาการแข่งขันจาก 2 ปีครั้งเป็น 4 ปีครั้งว่า แนวคิดดังกล่าวมาจากกลุ่มประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากเห็นว่า การจัดกีฬาซีเกมส์ 2 ปีครั้งนั้น บ่อยเกินไปในขณะที่ปัจจุบันมีกีฬาแข่งขันเพิ่มมากขึ้นหลายรายการ รัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการเป็นเจ้าภาพ และส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม แนวความคิดนี้ หลายชาติส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่ากีฬาซีเกมส์ เป็นการแข่งขันระดับต่ำสุดแล้ว หากมีการแข่งขัน 4 ปีครั้งจะนานเกินไป นักกีฬาจะไม่มีเวทีที่จะประลองฝีมือเพื่อพัฒนาต่อไป


 ทั้งนี้ มนตรีซีเกมส์ของไทย ไม่ได้มีท่าทีที่ชัดเจนแต่อย่างใดว่าเห็นด้วยกับแนวความคิดไหน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการหารือในสหพันธ์กีฬาซีเกมส์เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุด และยอมกันด้วยเหตุผล ไม่มีการโหวตแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น จะต้องหารือร่วมกับมนตรีซีเกมส์อีก 2 คนได้แก่ นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ และ นพ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ รวมทั้งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ก่อน


 ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ การแข่งขันกีฬาบางชนิด ที่มีนักกีฬาแข่งขันน้อย บางประเภทจับสลากประกบคู่ นักกีฬาก็เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้เหรียญเงินทันที โดย ศ.เจริญ กล่าวว่า สหพันธ์กีฬาซีเกมส์ต้องการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันให้สูงขึ้น โดยเน้นที่กีฬาในเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ แต่พอหลายชาติได้เป็นเจ้าภาพกลับเห็นแก่เหรียญทองมากกว่ามีการบรรจุกีฬาพื้นบ้านหรือกีฬาที่ไม่เป็นสากลเข้าชิงเหรียญรางวัลเป็นจำนวนมาก


 ศ.เจริญ กล่าวในตอนท้ายว่า  สหพันธ์กีฬาซีเกมส์ จะต้องมีการหารือเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อกำหนดนโยบายการพัฒนากีฬาซีเกมส์ให้มีความชัดเจน โดยในช่วงต้นปี 2553 คณะทำงานประจำสำนักงานประสานงานสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่อยู่ในประเทศไทย จะมีการนัดหมายชาติสมาชิกทั้ง 11 ชาติในเดือนมีนาคม เพื่อหาแนวทางร่วมกันก่อน จะมีการประชุมสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ครั้งต่อไปที่ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนเมษายน 2553