
หลานป๋าเปรม ปัดใช้เส้น-วิ่งเต้นขึ้นพ.อ.
หลานป๋าเปรม ปัดใช้เส้น-วิ่งเต้นขึ้นพ.อ. ไม่เกี่ยวเป็นหลานป๋าจะโตเร็ว เผย ป๋าเปรม อยากให้ลงใต้ทำงานพิสูจน์ตัวเอง เชื่อ ป๋าเปรม หนักแน่น-ไม่หวั่นไหวการเมืองโจมตี
(12 ธ.ค.) พ.ท.นิติ ติณสูลานนท์ ผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 25 (ผบ.ร. 25 พัน 1) และ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 (ผบ.ฉก.ยะลา 15) หรือ “ผู้พันต่อ” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ลับ ลวง พราง ทาง เอฟเอ็ม 100.5 ถึงกรณีที่ได้รับการขยับขึ้นเป็น พ.อ.ในตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 (ผบ.ร. 5 พัน 2) ซึ่งเป็นหน่วยที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่อยู่ในพื้นที่สีแดงว่า ยืนยันว่า ไม่ได้มีการวิ่งเต้น เพราะตนเติบโตมาตามลำดับ จากเป็น พันตรี พันโท ใช้เวลาหลายปี จนเพิ่งมาเป็นพันเอก ทั้งที่เพื่อนร่วมรุ่นเป็นพันเอกไปนานแล้ว อาจเพราะตำแหน่งมีน้อย ไม่ใช่ว่า เป็นหลานพล.อ.เปรมจะต้องโตเร็ว แต่อยู่ที่การทำงานและ ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา ซึ่งยังต้องทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก
เมื่อถูกถามว่า การเป็นทหารหลานป๋า น่าจะได้ไปอยู่ที่ดีๆ แต่เหตุใดต้องมาอยู่ในพื้นที่อันตราย พ.ท.นิติ กล่าวว่า ตนจบจาก รร.เตรียมทหารรุ่นที่ 27 และ จปร.รุ่นที่ 38 แล้วมาเติบโตใน กองทัพภาค 4 ตั้งแต่ปี 2535 จนตอนนี้ ตนเป็นทหารรุ่นเก่า คือ รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา แล้วปฏิบัติตาม ไม่ได้เลือกพื้นที่ปฏิบัติงานเอง เพราะการเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงจะเป็นผู้กำหนด ตนไม่สามารถกำหนดตัวเองได้ ทั้งนี้ตนเป็นคนของกองทัพภาค 4 ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ คนของกองทัพภาค 4 ต้องช่วยกันแก้ ตนคงไม่หนีไปไหน ตนคงต้องอยู่ในพื้นที่ต่อ
“ผมมีอาชีพทหารเป็นอาชีพหลัก และเป็นทหารอาชีพ เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ว่า เป็นหลานป๋า แล้วเราจะทำได้ เพราะผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้กำหนดว่า พื้นที่นี้หน่วยไหนจะรับผิดชอบ แล้วจังหวะให้ พล.ร. 5 และ กรมทหารราบที่ 25 รับผิดชอบ บันนังสตา แล้วผมก็เป็นผู้พันพอดีจึงมารับหน้าที่ และแม้จะเป็นหลานป๋า นามสกุลติณสูลานนท์ แต่ผมทำงานในพื้นที่และทำงานกับผู้บังคับบัญชา ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องลำบากใจอะไร เพราะ มีความรู้จักสนิทสนมกันอยู่แล้ว จึงอยู่กันไม่มีปัญหา” พ.ท.นิติ กล่าว
พ.ท.นิติ กล่าวว่า ตอนนี้ในกองทัพ มีนายทหารสายเลือดติณสูลานนท์ที่เป็นทหารอยู่แค่ 3 คน คือ พ.อ.ธิติ ซึ่งจบปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา รับราชการที่สำนักปลัดกลาโหม พี่ชายแท้ๆของตน และญาติผู้พี่อีกคนคือ พ.อ.เปรียว เป็น ผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จ.กระบี่ และตนเท่านั้น
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นหลานพล.อ.เปรม โดยส่วนตัว เมื่อท่านถูกโจมตีแล้วรู้สึกอย่างไร พ.ท.นิติ กล่าวว่า เรื่องการเมืองคงตอบไม่ได้ เพราะตนเป็นทหาร แต่ในฐานะหลานต้องอยู่นิ่งๆ เราทำอะไรไม่ได้ ตนเห็นใจท่าน แต่รู้จักท่านดี เชื่อว่าท่านเข้มแข็งไม่หวั่นไหวใดๆ
เมื่อถามว่า การเป็นทหาร นามสกุลติณสูลานนท์ มีส่วนช่วยในการทำงานในพื้นที่หรือไม่ พ.ท.นิติ กล่าวว่า การมีโอกาสได้ใช้นามสกุล ติณสูลานนท์ ถือเป็นต้นทุนทางสังคม ที่คนยอมรับ เพราะปูชนียบุคคล อย่างท่านประธานองคมนตรี ได้สร้างความดีไว้ แต่ตนต้องไม่ลดต้นทุน และต้องสร้างต้นทุนเพิ่มขึ้น ตนพยายามเข้าหาเข้าพบประชาชน เพื่อให้เขาเห็นตัวตนของเรา นอกเหนือจากที่เรามีนามสกุลเชิดชูในวงสังคมอยู่แล้ว ทั้งนี้ก่อนลงมาทำงานใน 3 จังหวัดภาคใต้นั้น พล.อ. เปรม ท่าน ได้ให้แนวคิดในการทำงาน คือ การทำงานทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา เราจะได้เติบโตก้าวหน้าเพราะตัวเรา ให้ลงพื้นที่แล้วช่วยแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้มากขึ้น แล้วปัญหาจะคลี่คลาย ความมั่นคงถาวรและความเข้าใจในเจ้าหน้าที่รัฐจะสมบูรณ์มากขึ้น ท่านอยากให้ตนลงมาทำงานอยู่แล้ว เพราะอยากให้ช่วยแก้ปัญหา



