
อุตตม แจงปรับลดงบ63 รวม 1.6หมื่นล้าน เกลี่ยให้ 6 หน่วย
"อุตตม" แจงปรับลดงบ63 รวม 1.6หมื่นล้าน เกลี่ยให้ 6 หน่วยรับงบประมาณ เริ่มประลองกำลัง โหวตรายมาตรา ประเดิมมาตราแรก ผลประลองกำลัง ทิ้งห่างกัน 42 เสียง
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2563 - ในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระสองและวาระสาม นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ชี้แจงรายงานของกมธ.ฯ ต่อสภาฯ ซึ่งพิจารณาเนื้อหาในวาระสอง ตอนหนึ่งว่า กมธ.ฯ ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณลง จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาเนื้อหาที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ ความมั่นคงและนโยบายสำคัญของรัฐบาล รวมถึงขีดความสามารถของการใช้งบประมาณ การใช้งบประมาณรายจ่ายในปีที่ผ่านมา รวมทั้งพิจารณาถึงการดำเนินงานอย่างเข้มงวด อาทิ โครงการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือดำเนินการแล้ว แต่ล่าช้ากว่าแผ่น หรือดำเนินงานไม่ทัน รวมถึงปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่ชัดเจน ดำเนินงานล่าช้ากว่าแผน และใช้จ่ายไม่ทัน
อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ปรับลดดังกล่าวได้เพิ่มงบประมาณให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ, สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาา, ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลยุติธรรม, ศาลปกครอง, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, ผู้ตรวจการแผ่นดิน,สำนักงานอัยการสูงสุด และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ทั้งจำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณสามารถรองรับโครงการที่สำคัญของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนรายการเปลี่ยนแปลงงบ ปี 2563 มีเพียงรายการเดียว คือ งบรายจ่ายกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จำนวน 27 ล้านบาท
จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การอภิปรายของส.ส. เริ่มตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ และมาตราแรก โดยในมาตรา 1 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.ฯ ขอสงวนความเห็น แก้ไขจาก "พระราชบัญญํตินี้ เรียกว่า พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563" ให้มีคำต่อท้ายว่า "ฉบับออกไม่ทันทีงบประมาณ" ทั้งนี้ กมธ.ได้ชี้แจงว่าการบัญญัติมาตรา 1 ดังกล่าวเป็นถ้อยคำปกติ แม้บางปีงบประมาณจะออกไม่ทันทีงบประมาณก็ตาม จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติ ผลปรากฏว่า เสียงข้างมาก 222 เสียงเห็นด้วยกับร่างกมธ.ฯที่ไม่มีการแก้ไข ไม่เห็นด้วย 3 เสียง งดออกเสียง 175 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ทั้งนี้นายชวน กล่าวกับที่ประชุมด้วยว่า การประชุมจะมีการลงมติเป็นรายมาตราแบบดังกล่าาวต่อไป อีก 50 มาตรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯ รายมาตรา นั้นต้องมีการลงมติเป็นรายมาตราหากพบการสงวนความเห็นหรือเสนอคำแปรญัตติ รวมถึงการแก้ไขจากกมธ.ฯ โดยในมาตราแรกนั้น พบว่าเสียงที่ลงมติสนับสนุนตามกมธ.ฯ นั้นห่างจากเสียงที่ไม่สนับสนุน ซึ่งรวมถึงไม่เห็นด้วย, งดออกเสียง, ไม่ลงคะแนน เพียง 42 เสียงเท่านั้น.



