ข่าว

จี้ชาวนาประกันรายได้เร่งทำสัญญา15 ธ.ค.หวั่นเสียสิทธิได้ชดเชย

จี้ชาวนาประกันรายได้เร่งทำสัญญา15 ธ.ค.หวั่นเสียสิทธิได้ชดเชย

12 ธ.ค. 2552

ธ.ก.ส.จี้เกษตรกรเข้าโครงการประกันรายได้เร่งทำสัญญาภายในวันที่ 15 ธันวาคม หลังพบผู้ปลูกข้าวอีกกว่า 5 แสนรายยังนิ่งนอนใจ หวั่นเสียสิทธิ-ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างลดลง

 นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำสัญญาเกษตรกรในโครงการประกันรายได้ ล่าสุดวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีเกษตรกรปลูกข้าวลงทะเบียนไว้ 3.21 ล้านราย ทำสัญญาแล้ว 2.67 ล้านราย ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังลงทะเบียนไว้ 4.43 แสนราย ทำสัญญาแล้ว 4.21 แสนราย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลงทะเบียนไว้ 4 แสนราย ทำสัญญาแล้ว 3.89 แสนราย โดยเกษตรกรที่ยังไม่ทำสัญญา ประกอบด้วย ผู้ปลูกข้าวโพด 8,500 ราย มันสำปะหลัง 22,000 ราย และข้าวเปลือก 5.38 แสนราย โดยขอให้เร่งมาทำสัญญาก่อนวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ เนื่องจากหากพ้นกำหนดจะเสียสิทธิ์และอาจได้รับเงินส่วนต่างน้อยลง จากการที่ราคาอ้างอิงได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 ส่วนการชดเชยส่วนต่างราคาอ้างอิงกับราคาประกันให้เกษตรกรจากสินค้า 3 ชนิด ชดเชยให้แล้วเป็นเงินประมาณ 10,800 ล้านบาท คาดว่าสิ้นฤดูการเพาะปลูกจะใช้เงินชดเชยประมาณ 20,000-25,000 ล้านบาท น้อยกว่าที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ 43,000 ล้านบาท เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรบางรายเลือกที่จะไม่มาทำประกันรายได้แต่ขายให้แก่ผู้ประกอบการแทน เนื่องจากราคาอ้างอิงที่ประกาศล่าสุดได้ปรับเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับตลาดแล้ว

 "การที่ราคาพืชผลทางการเกษตรในตลาดปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไม่ได้เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ แต่เป็นเพราะตลาดต่างประเทศต้องการซื้อสินค้าเกษตรสูงขึ้น และประเทศคู่แข่งประสบปัญหาภัยแล้งจนไม่สามารถส่งออกได้ตามเป้าหมาย คาดว่าแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวสูงขึ้นเหนือราคาอ้างอิง" นายลักษณ์ กล่าว