
รอบทิศทุบเศรษฐกิจไทย
รอบทิศทุบเศรษฐกิจไทย บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 8 มกราคม 2563
กรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบปริศนาในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน ส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสมจำนวนมาก ตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยที่คณะกรรมการด้านสาธารณสุขของอู่ฮั่นบอกว่า เชื้อที่ทำให้เกิดโรคระบาดนี้ไม่ใช่ทั้งไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก เชื้อไวรัสอะดีโน โรคซาร์ส หรือโรคเมอร์ส ซึ่งจากการเกาะรอยเส้นทางของโรคพบว่ามาจากตลาดจำหน่ายอาหารทะเลแห่งหนึ่งในเมืองแห่งนั้น ด้านองค์การอนามัยโลกสาขาภูมิภาคในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ อ้างว่า กำลังเฝ้าจับตาการระบาดของโรคปอดปริศนาที่ว่านี้ และประสานงานกับทางการจีนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเปิดระบบบริหารจัดการโรคในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แล้ว
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยก็ยืนยันว่า ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นขั้นที่่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วสำหรับการบริหารจัดการและประสานงาน โดยพิจารณาจากแนวโน้มผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พบผู้ป่วยในพื้นที่อื่นคือ ฮ่องกง และสิงคโปร์ และยังไม่ทราบว่า เชื้อที่แพร่ระบาดอยู่นั้นเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน หรือจากคนสู่คนหรือไม่ ส่วนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็ยังมีความมั่นใจว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปลายเดือนมกราคมนี้จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนมาเยือนไทยมากถึง 1 ล้านคน ขณะที่บริษัทท่าอากาศยานไทยก็ยืนยันมาตรการเฝ้าระวังตามสนามบินทั้ง 6 แห่งคือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง
ยังนับว่าเป็นข่าวดีอยู่บ้าง ที่ทางการแพทย์ยังรับมือกับโรคลึกลับนี้ได้ แต่ถึงกระนั้น หากประมาทจนเกิดการหลุดรอดกระทั่งแพร่ระบาดอย่างไร้การควบคุมก็จะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้เช่นกัน เปิดศักราช 2563 นี้ สำหรับประเทศไทยก็คงตกอยู่ในสถานะเดียวกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันที่ต้องประสบกับศึกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในปีนี้แต่ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเนื่องไม่ได้ ปฏิบัติการของสหรัฐต่ออิหร่านนำพาโลกไปสู่สภาวะล่อแหลมต่อสงคราม อย่างน้อยที่สุด ปัญหาในตะวันออกกลางจะยิ่งซับซ้อนบานปลายออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั่วโลก โดยเฉพาะความมั่นคงและพลังงาน แล้วยังมีเรื่องโรคปริศนาจากจีนเข้ามาเป็นอีกปัจจัยลบซ้ำเติมสถานการณ์
ทุกปัจจัยภายนอกดังกล่าวมา รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมแผนรับมืออย่างเท่าทัน ในส่วนของโรคระบาดจีนนั้น จากประสบการณ์ของไทยที่เคยใช้มาตรการรับมือกับโรคต่างถิ่นมาแล้วบ่อยครั้ง ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร หากทุกมาตรการที่วางไว้ดำเนินไปตามแผนอย่างรัดกุมรอบคอบเพียงพอ ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจระยะยาวนั้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวนับเป็นเป้าหมายใหญ่ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าราคาน้ำมัน ที่กำลังปรับตัวสู้ขึ้นจากอาการช็อกกรณีสหรัฐ-อิหร่าน ทุกๆ กรณีที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นสัญญาณชี้ว่า ทุกฝ่ายจะต้องทำงานกันหนักขึ้นอีกหลายเท่าเพื่อประคับประคองให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจไปให้ได้ นอกเหนือไปจากมาตรการด้านความมั่นคง คือความปลอดภัยจากเชื้อโรค และเครือข่ายก่อการร้าย



