
ออกกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายต่อเนื่อง พร้อมผลสรุปงานช่วงสิ้นปี
ออกกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายต่อเนื่อง พร้อมแจงผลสรุปงานช่วงสิ้นปีสู่ปัจจุบันปีใหม่
วันที่ 7 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจในช่วงสิ้นปี2562 และสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสตูล ทำหน้าที่ดูแลความสุขของประชาชนมาตลอด และร่วมกับนโยบายทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 9 ส่งตรงการทำงานมายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล โดย พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สตูล นำมาสู่การทำงานด้วยภารกิจ หน้าที่ ดูแล ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ และในวันนี้เป็นการรายงานผลการปฏิบัติประจำเดือน ธันวาคม 2562 และผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2563 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ทางด้าน พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สตูล เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้ให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน จึงได้ออกมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและระดมกวาดล้างอาชญากรรมขึ้น เพื่อสนองตอบตามนโยบายของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จึงได้กำหนดเป้าหมาย เพื่อดำเนินการ ตามมาตรการ ดังนี้
มาตรการด้านการปราบปราม โดยระดมกวาดล้างอาชญากรรมเน้นกลุ่มผู้กระทำผิด เป้าหมาย คดีชีวิต ร่างกาย และเพศ คดีอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธ อาวุธสงคราม คดียาเสพติด บุคคลตามหมายจับ เป็นต้น มาตรการความร่วมมือระหว่างประชาชน(งานชุมชนสัมพันธ์) มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ มาตรการประเมินผล และในห้วงวันที่ 24 ธ.ค.62 ถึงวันที่ 2 ม.ค.63 เป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาส และวันขึ้นปีใหม่ 2563 ซึ่งในห้วงระยะดังกล่าว มีวันหยุดทำการติดต่อกันหลายวัน ประชาชนต่างพากันเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงการจัดงานรื่นเริง หรืองานเคาท์ดาวน์ (Countdown) ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และปัญหาการจราจร ก็เป็นอีกปัญหา ทำให้มีผลการจับกุมบุคคลที่มีหมายจับได้จำนวน 51 หมาย จากจำนวนหมายจับ ที่มีคุณภาพ ๒๐๔ หมาย คิดเป็นร้อยละ 25 โดยบุคคลตามหมายนั้นเป็นหมายจับคดี เกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และทรัพย์ เป็นต้น ๒. การระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลข้างต้น นั้น ได้ให้ทุกสถานีตำรวจสืบสวน หาข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรที่อาจเข้ามาในพื้นที่
มีผลการปฏิบัติ ดังนี้ การปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสถานที่ต้องสงสัย จำนวน 90 เป้าหมาย ๒) การตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ จำนวน ๙,๙๑๗ ครั้ง ๓) การตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด จำนวน ๕๑๓ ครั้ง จากการดำเนินมาตรการข้างต้นปรากฏผลการปฏิบัติ ดังนี้ ๑) การจับกุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำนวน 24 กระบอก ๒) การจับกุมยาเสพติดทุกฐานความผิดและขยายผลไปสู่เครือข่าย จำนวน 374 ราย แยกเป็น - ยาไอซ์ จำนวน 15 กรัม - ยาบ้า จำนวน 22,837 เม็ด - พืชกระท่อมและน้ำกระท่อม จำนวน 61.28 กก. - กัญชา จำนวน 196.7 กิโลกรัม ๓) ตรวจยึดรถต้องสงสัย/ดัดแปลงสภาพแต่งซิ่ง จำนวน 100 คัน ๓. การร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล ได้เข้าร่วมรณรงค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีผลการดำเนินการ ดังนี้ ๑) เข้าร่วมจุดบริการประชาชนทั้ง ๑๔ จุดของจังหวัด ๒) บังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ มีผลการปฏิบัติใน ๑๐ ข้อหาหลัก จำนวน ๒,๘๒๘ ราย 3) โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ห้วงวันที่ 24 ธ.ค.62 – 2 ม.ค.63 จำนวน 34 หลัง คืนบ้าน 33 หลัง คงเหลือ 1 หลัง (พื้นที่ สภ.เมืองสตูล) ส่งคืนวันที่ 16 ม.ค.63 ในการดูแลรักษาบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้รับคืนไปโดยไม่มีทรัพย์สินสูญหาย จากมาตรการดังกล่าวข้างต้น ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดสตูลได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ส่งผลให้การรับแจ้งอาชญากรรมที่เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และเหตุที่เกี่ยวกับทรัพย์ลดน้อยลง ส่วนการบังคับกฎหมายตามมาตรการ 10 รสขม มีการจับกุมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการป้องกันและลดอุบัติเหตุได้ผลในระดับหนึ่ง ซึ่ง จังหวัดสตูล ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่อย่างใด พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สตูล กล่าวอีกว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้ว่าจะเจออุปสรรค์ ประชาชนที่ชอบ และไม่ชอบ การถ่ายคลิบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ตนเองก็ขอย้ำเสมอว่า เราทำถูกต้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยใจ ทำหน้าที่ในฐานะข้าราชการไทย วงการตำรวจ จะแม้ว่าจะเจออุปสรรคแค่ไหน ร้อน หนาว ก็ขอให้ทน เพราะเราคือตำรวจที่เลือกมาทำหน้าที่นี้ตั้งแต่แรก ถึงอย่างไร ก็ขอให้คิดว่า การทำหน้าที่ที่ถูกต้อง ไม่กดขี่ข่มเหงประชาชน ไม่รีดไถชาวบ้าน ไม่เบ่งอำนาจหน้าที่ เราก็จะได้ใจชาวบ้านอย่างแท้จริง
เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวจังหวัดสตูลรายงาน



