ข่าว

ใครคือภัยความมั่นคง

ใครคือภัยความมั่นคง

12 ธ.ค. 2552

ใครเป็นภัยต่อความมั่นคง? คำถามนี้ต้องการคำตอบ แต่ก่อนจะมาถึงจุดนั้น ต้องมีคำถามแตกย่อยว่า “ความมั่นคงของรัฐบาล” หรือ “ความมั่นคงของชาติ” ซึ่งประการหลังครอบคลุมได้กว้างกว่า เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของแผ่นดิน

 โดยรวมแล้ว ภัยต่อความมั่นคง คือภัยต่อความสงบสุขของแผ่นดิน ประชาชนขาดความมั่นใจในรัฐบาล ในด้านการป้องกันภัยด้านชีวิตและทรัพย์สิน ขาดความเชื่อมั่นว่าอนาคตของบ้านเมืองจะเป็นไปด้วยดี

 วันก่อนมีนายทหารตั้งคำถามนี้แหละว่า “รู้มั้ย ปัจจุบันนี้ใครเป็นภัยต่อความมั่นคง” คำตอบ คือ “ทหาร” ซึ่งก็ได้สร้างความประหลาดใจไม่น้อย

 และ “ทหาร” ที่ว่านั้นเป็นประเภทไหน อยู่ในกองทัพ หรือทหารนอกแถว ทหารเกษียณอายุแล้ว คำตอบก็คือ มีทุกประเภทปะปนอยู่ และมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน นั่นคือ พยายามทำทุกอย่าง ทั้งการถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อชาติ

 เพื่อรับใช้ “คนหนีคุก” โดยหวังอามิสสินจ้างรางวัล และส่วนแบ่งก้อนใหญ่จากทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในการพิจารณาคดีของศาลเพื่อยึดไว้ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ถ้าพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า “คนหนีคุก” ได้มาโดยมิชอบ

 คำว่า “โดยมิชอบ” คือ การได้มาโดยวิธีการไม่สุจริต จะเป็นการโกงซึ่งหน้า หักดิบ ทุจริตโดยนโยบายเชิงหน้าด้านๆ ไม่หวั่นข้อครหาก็ตาม

 “ทหาร” ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ไม่เป็นทหารกองโจร กองกำลังใต้ดิน หรืออยู่ในป่าเขา แต่เป็นทหารในเครื่องแบบ ทหารเกษียณอายุ แปรสภาพเป็นทหารรับจ้าง หลังจากพิจารณาว่าเงินบำนาญไม่พอเลี้ยงชีพ

 ปู้โธ่! ขนาดนายทหารยศจอมพล เงินบำนาญไม่ถึง 8 หมื่นบาทต่อเดือน จะทำอะไรได้ ถ้าหากไม่มีอาชีพเสริม หรือไม่ได้รับมรดกตกทอดมาก่อน

 ส่วนทหารตัวเป้งที่ได้รับเงินพิเศษจากงบลับ ส่วนแบ่งจากการจัดซื้อจัดจ้าง หักเบี้ยเลี้ยงไอ้เณร หรือคุมสถานบันเทิง รับจ้างทวงหนี้ ไม่ต้องห่วง

 พวกทหารเสือหิว ซึ่งเคยประกาศรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อ้างว่ารักชาติยิ่งชีพ มีกระบี่แตะไหล่ ส่วนนี้แหละที่เป็นภัยต่อความมั่นคง

 นอกจากรับใช้คนหนีคุกแลกกับเงิน รับจ้างยิงลูกระเบิดใส่ที่ชุมนุมทางการเมือง ทำร้ายคนทั่วไปแล้ว ยังก้าวหน้าไปรับจ้างขบวนการล้มสถาบัน พวกนี้ไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง อาศัยพวกมาก และใช้อาวุธ มีพฤติกรรมขี้ขลาด เดี่ยวๆ ซึ่งหน้า ตัวต่อตัว ก็หัวหด มักใช้วิธีลอบกัด หรือหมาหมู่รุมฟัด

 เป็นทหารซึ่ง “สร้างตัวอย่างที่เลว” ตามคำอธิบายของปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ นายทหารประเภท “คนโต ตัวเล็ก”

 ทหารนอกแถว พวกทหารเกษียณ หิวเงิน รับใช้คนชั่ว ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ พลโท และพลเอก มีทั้งเคยเป็นผู้นำกองทัพ ผู้บังคับกองพัน กรม

 เป็นเสธ. เป็นผู้เคยดำรงตำแหน่งใหญ่โต แต่ผลสุดท้ายถูกพิสูจน์ได้ว่าขาดจิตสำนึกในการแยกแยะว่าใครดีหรือชั่ว กล้ารับใช้คนหนีคุกเพื่อเงิน

 อยู่ร่วมในขบวนการ “ล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า” อย่างเปิดเผย!

 เมื่อเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่มีใครทำอะไรได้ กลไกกฎหมายบ้านเมือง และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ไม่รู้สึกห่วงบ้านเมือง ความมั่นคงหรือ

 นี่เป็นคำตอบที่ต้องมาจากผู้บริหารบ้านเมือง เช่นนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง รัฐมนตรีกลาโหม ผู้บัญชาการกองทัพไทย และผู้บัญชาการทหารบก ต้นสังกัดของนายทหารซึ่งทำตัวเป็นปัญหา! ที่ผ่านมาเป็นเป้าของการโดนยำเละ ด่าอย่างไม่เกรงใจ โดยเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งเรียกต้องเองว่า “เสธ.แดง” ผู้ฝึกนักรบพระเจ้าตาก นักรบโรนิน ซึ่งกลายมาเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่าย และมีผลงานยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่การชุมนุมของพันธมิตร

 “เสธ.แดง” ประกาศชัดเจนทางทีวีประชาชนแดง เสียงดังฟังชัด!

 แล้วมีอะไรหรือเปล่า?

 เห็นความห้าวแบบนี้ ชาวบ้านทั่วไปฟันธงก่อนหมอดูทันที ว่า “ไม่มี” เพราะทหารย่อมไม่กล้าจัดการพวกเดียวกัน มีความเป็นพี่น้องร่วมสถาบัน และ เสธ.แดง อ้างว่าไม่มีกฎหมายอะไรทำโทษตัวเองได้ ยกเว้นกลั่นแกล้ง

 เอากะท่านเสธ.ดิ! ยิ่งแม่ทัพบกด้วยแล้ว แทบไม่อยากพูดถึง ทำให้ชาวบ้านสงสัยว่ามีใครกุมความลับ หรือกล่องดวงใจอะไรกันหรือไม่

 ถ้าเป็นอย่าง “เสธ.แดง” ว่า แสดงว่ากลไกระบบกองทัพและกลาโหมต้องมีจุดอ่อน ช่องโหว่ใหญ่โต นายทหารระดับนายพลทำผิด ไม่มีโทษอะไร

 หรือเป็นเพราะในอดีตนั้นไม่เคยมีนายทหารคนใดด่า ขึ้นมึงกูกับผู้บังคับบัญชาหลายครั้ง และอยู่รอดมาได้โดยไม่รับโทษ หรืออาญาทหาร

 ถ้าเป็นเช่นนั้น “เสธ.แดง” เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในกองทัพ!

 เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครจะจัดการทหารในขบวนการน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ หรือต้องปล่อยให้การ “ล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า” สำเร็จ บ้านเมืองตกอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารเสือหิว รับจ้างนักโทษหนีคุกจริงๆ นิ! อิอิอิ!!!