
ชาวบ้านช้ำหนัก ภัยแล้งมาเร็วแถมรุนแรงสุดในรอบ 20 ปี
ชาวบ้านช้ำหนัก ภัยแล้งมาเร็วแถมรุนแรงสุดในรอบ 20 ปี
วันที่ 7 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ในปีนี้ ส่อเค้าว่าจะมาเร็วและรุนแรงหนักสุดในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะที่ยังอยู่ในช่วงต้นปีซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว แต่แหล่งน้ำทางธรรมชาติหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำป่าสัก ห้วย หนอง คลองบึง รวมทั้งสระเก็บกักน้ำของชาวบ้านหลายแห่ง ก็เริ่มแห้งขอดลง เช่นเดียวกับที่ลำน้ำบึงสามพัน หมู่ 5 บ้านบึงสามพันล่าง ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำป่าสัก และเป็นแหล่งน้ำเพียงแห่งเดียวที่ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ใน ต.บึงสามพัน คือ หมู่ 5 บ้านบึงสามพันล่าง หมู่ 6 บ้านเนินสว่าง และหมู่ 8 บ้านบึงสามพันบน ใช้ทั้งทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ และใช้ทำน้ำประปาหมู่บ้าน อุปโภค บริโภค มีปริมาณน้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็วจนใกล้แห้งขอด
ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ต่างพากันเร่งสูบน้ำเข้านาข้าวที่กำลังตั้งท้อง หลังจากได้รับการจัดสรรน้ำ จากการทำประชาคมของกลุ่มบริหารจัดการน้ำ บึงสามพัน ที่จัดขึ้น ณ. ศาลาการเปรียญวัดบึงสามพันล่าง โดยมี นางสาวรณิตา นาคะบุตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบึงสามพัน เป็นประธาน ร่วมกับ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 5 บ้านบึงสามพันล่าง หมู่ 6 บ้านเนินสว่าง หมู่ 8 บ้านบึงสามพันบน
โดย นางสาวรณิตา นาคะบุตร นายก อบต.บึงสามพัน กล่าวว่า วิกฤตน้ำเริ่มจากปีนี้ที่ว่าฝนตกน้อย ทำให้ปริมาณน้ำมีน้อยแต่น้ำที่บึงสามพันต้องใช้ 2 อย่าง ใช้ทั้งการเกษตรและใช้ในการอุปโภคบริโภค เพราะว่าเราก็ตอบไม่ได้ว่าฝนจะมาอีกเมื่อไหร่ เราก็ต้องบริหารให้ได้ ต้องให้พี่น้องของเราอยู่ได้ทุกฝ่าย แต่อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็น ทุกอย่างหมายถึงว่า ชาวนาที่ต้องการน้ำจากบึงสามพัน ก็อาจจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ให้มาพูดคุยกันถึงความต้องการว่า เราสามารถจะคุยกันอยู่ร่วมกันขนาดไหน ถ้าทุกคนจะบอกว่าจะเอาร้อยทุกคน จะดึงดันแข็งขันมันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ให้ทุกคนถอยเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ด้วยกัน ทั้งคนใช้น้ำและชาวนาเราไม่ได้ปล่อยให้ใครตาย ชาวนาเราก็รู้ว่าต้องการน้ำมาก ถามว่าถ้าปลอยให้ทำการเกษตรอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะน้ำที่บึงสามพันมันต้องใช้ในการอุปโภคด้วย ก็เลยหาข้อยุติว่าเราสามารถให้น้ำได้ปริมาณกี่เซนติเมตร เพราะว่าหากเราไม่ควบคุม บางคนก็จะสูบน้ำไปตุนโดยไม่เห็นคุณค่าของน้ำและความจำเป็น โดยเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรสูบน้ำจากบึงสามพันเข้านาข้าวได้ แต่กำหนดไว้ว่าถ้าน้ำลดลงถึง 40 เซนติเมตร ก็ต้องหยุดสูบ
ขณะที่เกษตรกรชาวนาชาย รายหนึ่ง กล่าวว่า ต้องเห็นใจคนใช้น้ำประปาทั้ง 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 5 หมู่ 8 และหมู่ 10 เราจะมาหวังเอาน้ำทำนาอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องเห็นใจคนใช้ประปาบ้าง เพราะว่าใช้ลำน้ำแหล่งเดียวกัน ทาง อบต.อนุญาตให้เกษตรกรสูบน้ำเข้านาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน โดยมีกรรมการน้ำคอยควบคุมระดับน้ำว่า ให้สูบตามปริมาณที่กรรมการน้ำกำหนด
ด้าน นางพับพึง อ้นเวียง อายุ 49 ปี เกษตรกรชาวนาหมู่ 6 บ้านเนินสว่าง ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้หนักสุดในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา ทุกปีที่ทำนามาก็ทันน้ำแต่ปีนี้กลัวว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้าว ก็ต้องปล่อยให้แห้งตาย ตามปกติทุกปีกว่าน้ำจะแห้งก็ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ น้ำคลองและน้ำบึงถึงจะแห้ง แต่ปีนี้ฝนตกน้อยน้ำแห้งเร็ว ตอนนี้ก็ทำได้เพียงสูบน้ำเลี้ยงไปก่อน ทำนามากว่า 20 ปี ไม่เคยเจอภัยแล้งแบบนี้ และยังมาเจอช่วงอากาศหนาว ทำให้ต้นข้าวได้รับผลกระทบหยุดเติบโต ใบข้าวเหลืองหมดก็ตั้งความหวังว่า น้ำที่สูบมาจะพอหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องในช่วงเดือนกว่านี้
ภาพ/ข่าว ภูษณุ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เพชรบูรณ์ รายงาน



