
ชาวบ้านบุกร.ร.ถามข้อเท็จจริง เรื่องจ้างครูมาเพิ่ม ส่อมีพิรุธ
วุ่นกันทั้งโรงเรียน ชาวบ้านล้อมครูไม่พอใจเรื่องจ้างครูมาเพิ่มและเรื่องเงินฝากเด็ก ด้านครูเผยพร้อมจะโดนวินัยหรือย้ายหากตัวเองผิด
ชาวบ้านรวมตัวไม่พอใจขอให้ครูอธิบาย เรื่องจ้างครูมาเพิ่ม ขณะที่ครูออกมาเผยเรื่องครูที่จ้างมาสอนครั้งแรกตนเองเป็นคนออกเงินเองต่อมาทางครูใหญ่ได้นำเงินที่เหลือจากขายอาหารกลางวันนำมาจ้าง
วันที่ 3 มกราคม 2563 เวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนหลุมเข้ามิตรภาพ ที่ 117 ตำบลหลุมเข้า อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ได้มีผู้ปกครองและนักเรียนที่เป็นศิทย์เก่าที่เรียนจบไปจำนวน 30 คน ได้มาตะโกนเรียกร้องขอให้ ครูลำเพย เขตการณ์ ครูสอนชั้นอนุบาลของโรงเรียน ขอให้ชี้แจงเรื่อง เงินปันผลดอกเบี้ยเงินฝากที่ทางโรงเรียนได้รับฝากจากเด็กนักเรียนและเรื่องปันผลสหกรณ์ที่จำหน่ายของในโรงเรียนรวมถึงเรื่องครูที่จ้างมาสอนเพิ่ม โดย นางมาลัย คุ้มจาด(ใส่เสื่อลายดอกไม้ใส่เสื้อแขนยาวสีแดงลายสก็อตคลุมทับ) หนึ่งในผู้ปกครองของเด็ก ได้เปิดเผยว่าที่มารวมตัวกันวันนี้ก็เพราะอยากให้ครูลำเผย นั้นชี้แจงเรื่องสำคัญอยู่ 3 เรื่องดังกล่าวหลักๆที่ทางผู้แกครองสงสัยและอยากให้ทางครูลำเผยชี้แจง โดยผู้ปกครองที่มารวมตัวกันขอให้ครูลำเพยชี้แจงต่างก็โกนขอคำชี้แจงจากครูลำเพยอยู่หน้าอาคารสอนชั้นอนุบาล และต่างก็ไม่พอใจที่ไม่ได้รับคำตอบและครูลำเพยนั้นไม่ยอมอธิบายอะไรเลย
ขณะเดียวกันเวลาผ่านไปได้ 20 นทที ครูลำเพย เขตการณ์ (ใส่เสื้อสีขาวแขนสั้น)ได้ออกมากับอธิบายชาวบ้านและผู้สื่อข่าว โดยเปิดเผยว่าเรื่องของอาหารกลางวันที่มาจ้างครูกุ้กไก่หรือครูมาเพิ่มที่โรงเรียนนั้นคือในเทอมที่แล้ว ครูลำเพย นั้นเป็นคนออกเงินมาจ้างสอนเองต่อมาเพราะ ได้มีข้อตกลงกับทางผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าครูที่จ้างอีกคนหนึ่งหรือครูกุ้กไก่จะไม่เอาเงินครูลำเพย จ้างแล้วแต่จะเอาเงินค่าขายอาหารกลางวันเด็กที่อยู่ชั้นมัธยม 1-3 ซึ่งขายอาหารกลางวันให้เด็กจานละ 5 บาทและมีเงินจำนวนหนึ่งเหลืออยู่มาจ้าง และส่วนหนึ่งที่นำเงินมาสมทบจ้างก็คือมาจากการขายของสหกรณ์หากไม่พอครูลำเพย จะสมทบช่วยออกให้และต่อมาทางโรงเรียนจะหาเงินมาจ้างสอนเอง ส่วนเรื่องอาหารกลางวันครูลำเพย บอกว่าเราไม่ใช่ครูที่รับผิดชอบเรื่องอาหารกลางวันก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเอาเงินอาหารกลางวันมาหรือธิบายได้และได้อธิบายให้ผู้ปกครองให้ฟังแล้วแต่ทางผู้ปกครองจะเอาคำตอบยังไงก็ไม่สามารถอธิบายได้มากไปกว่านี้และเรื่องนี้ทางเขตพื้นที่ก็รับทราบแล้วด้วยและเมื่อสักครู่ทางเขตพื้นที่การศึกษาที่ 1 ได้โทรมาว่าวันจันทร์ที่ 5 มกราคม ที่จะถึงนี้ ทางเขตพื้นที่จะเข้ามาสอบสวนความเป็นจริงอีกครั้ง หากผิดครูลำเพยก็ต้องโดนโทษทางวินัยและก็จะยอมรับผลของการสอบสวน ทางชาวบ้านได้ถามเรื่องครูที่จ้างมาสอนว่าใครเป็นคนจ้างเพิ่มมา ครูลำเพยได้ตอบชาวบ้านไปว่าเป็นคนจ้างเองในคราวแรก เพราะทางโรงเรียนนั้นได้เปิดชั้นอนุบาล 1-3 และครูลำเพยสอนอยู่คนเดียวจึงได้จ้างมาเองในครั้งแรกต่อมาก็ได้นำเงินค่าอาหารกลางวันที่มีเหลือจากการขายให้เด็กมัธยมและนำเงินค่าขายของจากสหกรณ์บ้างเพราะเป็นข้อตกลงของโรงเรียน
ชาวบ้านต่างก็ส่งเสียงไม่พอใจว่าทำไม่ไม่อธิบายขั้นตอนการจ้างให้ทางผู้ปกครองเข้าใจ ด้านครูลำเพยจึงตอบไปว่า ได้เคยอธิบายทางเขตพื้นที่การศึกษาไปแล้วและวันนี้ก็ได้อธิบายไปบ้างแล้ว ทางชาวบ้านต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องไม่พอใจ ทางครูลำเพยจึงเดินหนีไปและขับรถออกจากโรงเรียน ชาวบ้านนั้นต่างก็เดินตามและส่งเสียงไล่อย่างไม่พอใจต่างก็ส่งเสียงและตบมือไล่
ขณะที่ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับทางครูลำเพย ได้เปิดเผยว่าเรื่องนี้ได้อธิบายกับทางเขตพื้นที่การศึกษาไปแล้วและตนเองมั่นใจว่าทำถูกและหากผิดทางวินัยก็จะยอมรับโทษทางวินัยและพร้อมที่จะย้ายหรือลาออกทุกเมื่อ ขณะเดียวกันโรงเรียนดังกล่าวชาวบ้านได้เผยว่าได้มีปัญหากันระหว่างครูกันเองมานานนับปีแล้วขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความจริง ก่อนที่เรื่องและปัญหาดังกล่าวจะบานปลายมากกว่านี้
ล่าสุดในวันนี้ วันที่ 6 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.ทางผู้ปกครองของนักเรียนได้ไปรวมตัวกันอีกที่โรงเรียนหลุมเข้ามิตรภาพ ที่ 117 ตำบลหลุมเข้า อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อสอบถามครูลำเพย ถึงเรื่องดังกล่าว ด้านครูลำเพยนั้นเผยว่าเรืิ่องดังกล่าวนั้นทางเขตพื้นที่กำลังสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่ทราบว่าทางผู้ปกครองนั้นต้องการอะไร
ภาพ-ข่าว นันทศักดิ์ วัฒนพานิช จ.อุทัยธานี



