
แม่ครัวล้มทั้งยืนร่ำไห้ ไปหาหมอฟันกลับมาบ้านถูกไฟไหม้
ไม่เหลืออะไรแล้วไหม้ไปกับกองเพลิง แม่ครัวโรงเรียนล้มทั้งยืนร่ำไห้ ไปหาหมอฟันกลับมาบ้านถูกไฟไหม้
วันที่ 5 มกราคม 2563 เวลา20.00 น. ศูนย์วิทยุร่มโพธ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยพิบูลย์4 หมู่7 ตำบลหมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จึงได้ประสานไปยังเทศบาลนครอุดรธานี จากนั้นพ.ต.ท.ทวี ไชยสีดา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ,ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ ศิริเวช รองสารวัตร จราจร ,รถดับพลิง จำนวน5 คัน และมูลนิธิอุดรส่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุเพลิงได้ลุกไหม้ อย่างรุนแรง ที่บ้านไม้ยกพื้นสูง เลขที่35 แล้วลามไปไหม้บ้านที่อยู่ติดกันเลขที่ 35/2 ซึ่งเป็นบ้านไม้ปูน2 ชั้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้ลุกลามไหม้ไปยังบ้านหลังอื่นอีก ใช้เวเวลา เกือบ1 ชั่วโมง ถึงสามารถควบคุมเอาไว้ได้ แต่บ้านทั้ง2หลัง ไหม้เสียหายไปจนหมดทั้งหลัง พร้อมกับแจ้งไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.อุดรธานี มาทำการตัดกระแสไฟ กลัวว่าชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ จะได้อันตราย โดยมีน.ส.หรรษา คุ้มคง อายุ36ปี นั่งร้องไห้ ด้วยความเสียใจ เห็นไฟไหม้บ้านของตนเอง ไม่สามารถนำทรัพย์สินที่มีค่า อะไรสักอย่างออกมาได้เลย
จากการสอบสวน น.ส.หรรษา คุ้มคง ให้การว่า ตนทำงานเป็นแม่ครัว ที่โรงเรียนบ้านเลื่อม บ้านที่ตนอาศัยอยู่จะมีพ่อแม่ น้องชายและหลาน อยู่ด้วยกัน แต่พ่อแม่กับหลานไป ต่างจังหวัด ทำให้ตนอยู่บ้านคนเดียว น้องชายก็ไปอยู่ร้านซ่อมรถจยย. ในช่วงเย็น ตนได้ไปหาหมอฟันที่คลินิก แถวตลาดบ้านห้วย ซึ่งก็ไม่ได้เสียบปลั๊กไฟอะไรเอาไว้เลย ก่อนที่จะออกจากบ้านไป โดยใช้เวลาอยู่ที่คลินิกประมาณ 2 ชั่วโมง พอตนมาถึงบ้านพบว่าไฟไหม้บ้านแล้วอย่างรุนแรง ไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ ทำให้ทรัพย์สินที่อยู่ข้างในบ้านถูกไหม้ไปกับกองเพลิงจนหมด ทำให้ตนถึงกับล้มทั้งยืน ตะโกนบอกชาวบ้านขอความช่วยเหลือ
ส่วนบ้านที่อยู่ติดกันเป็นบ้านของป้า ครอบครัวของเขาไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือ สปป.ลาว มาได้เกือบ20 ปี ซึ่งไม่ใครอยู่ และที่บ้านของป้า ไฟฟ้าและน้ำประปา โดนตัดไปนานแล้ว ในตอนนี้ตนเองทำอะไรไม่ถูก ซึ่งบ้านของตน มีรถจยย. ของลูกค้า จำนวน3 คัน, เครื่องยนต์จยย. อีก2 เครื่อง ที่น้องชาย ทำงานเปิดร้านซ่อมรถจยย. และรถจยย. ของพ่ออีก1 คัน ถูกไฟไหม้ไปจนหมด พร้อมกับเครื่องใช้ในชีวิตประจำ และเครื่องใช้ครัวเรือน
พ.ต.ท.ทวี ไชยสีดา เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ในช่วงที่เกิดเหตุ บ้านต้นเพลิงไม่มีใครอยู่ในบ้าน สาเหตุอาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ขึ้นมา อีกทั้งสภาพบ้าน เป็นไม้และเก่า ทำให้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วด้วย ซึ่งจะดำเนินการ สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง กับลูกสาวเจ้าของบ้านต้นเพลิง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และค่าเสียหายจำนวนเท่าไร ต่อไป
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค จ.อุดรธานี



