
ผีพักแข้งหลัก เยือนรังฟูแล่ม เชลซีใช้ชุดใหญ่ เอฟเอรอบ8ทีม
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมพักขุนพลแข้งหลักอย่าง ไมเคิล คาร์ริก, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ และ เวย์น รูนีย์ เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาตัวสำรอง
รวมถึงเด็กดาวรุ่งได้ลงเล่นในเกมฟุตบอลถ้วยศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ต้องไปเยือนรัง "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี พร้อมใช้งานผู้เล่นชุดใหญ่บุกไปดวลแข้งกับ "ช้างกระทืบโรง" โคเวนทรี ด้าน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ต้องเปิดศึกหนีโซนตกชั้นกับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง
ศึกฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คืนวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งเพียงแค่ 2 คู่ โดย "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องยกพลบุกไปเยือนสนามคราเวน คอตเทจ เพื่อดวลแข้งกับ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม เพื่อนร่วมลีกทีมอันดับ 10 ในโซนกลางตาราง เวลา 00.15 น.
นัดนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" เตรียมพักบรรดาแข้งหลักหลายตำแหน่ง ไม่ว่าเป็น เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, ไมเคิล คาร์ริก, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ และ เวย์น รูนีย์ เพื่อเก็บตัวเอาไว้ดวลแข้งกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ในศึกลูกหนังสโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ช่วงกลางสัปดาห์หน้า ส่งผลให้เหล่าผู้เล่นตัวสำรอง รวมถึงแข้งเด็กดาวรุ่งเตรียมได้รับโอกาสให้ลงสนามในฟุตบอลถ้วยรายการนี้เหมือนอย่างรอบที่ผ่านมา
คาดว่า เบน ฟอสเตอร์ น่าจะได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง ขณะที่แผงหลัง 4 คนประกอบไปด้วย เนมันยา วิดิช, จอนนี อีแวนส์, จอห์น โอเชีย และ ปาทริค เอวรา ด้านแผงแดนกลาง 4 คน ได้แก่ พอล สโคลส์, ดาร์รอน กิ๊บสัน, นานี และ ไรอัน กิ๊กส์ ส่วนคู่หัวหอกในแดนหน้าคงเป็นการประสานงานกันระหว่าง คาร์ลอส เตเบซ กับ แดนนี เวลเบ็ค
ด้าน รอย ฮอดจ์สัน กุนซือ "เจ้าสัวน้อย" เตรียมยึดผู้เล่นจากทีมชุดที่เพิ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ "เสือลาย" ฮัลล์ 0-1 คาถิ่นของตัวเอง ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา คาดว่า โอลิวิเยร์ ดากูร์ น่าจะได้รับโอกาสให้กลับยืนประจำในแผงแดนกลางอีกครั้ง หลังถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนาม ส่วนบรรดาแข้งหลักอย่าง เบรนด์ ฮานเกลันด์, คลิ้นท์ เดมป์ซีย์, บ็อบบี้ ซาโมรา และ "เอเจ" แอนดรูว์ จอห์นสัน น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม
ส่วนอีกคู่หนึ่ง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องไปเยือนสนามรีโคห์ อารีนา เพื่อฟาดแข้งกับ "ช้างกระทืบโรง" โคเวนทรี ทีมอันดับ 13 กลางตารางคะแนนลีกแชมเปี้ยนส์ชิพ ในเวลา 19.30 น.
แม้ กุส ฮิดดิงค์ กุนซือทีมเยือนต้องเตรียมตัวเจอศึกหนักในเกมสโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ซึ่งต้องบุกไปดวลแข้งกับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ช่วงกลางสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าเกมนัดนี้น่าจะใช้งานผู้เล่นชุดใหญ่ค่อนข้างแน่ เพราะต้องการลุ้นถ้วยแชมป์ที่เหลืออยู่ทุกรายการนั่นเอง ส่งผลให้บรรดาแข้งหลักอย่าง จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, มิชาเอล บัลลัค และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ต้องเตรียมตัวลงสนามตั้งแต่นาทีแรก
ขณะที่ คริส โคลแมน กุนซือเจ้าถิ่นเตรียมยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมนัดที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด คารังของตัวเอง 1-2 ในเกมลีกแชมเปี้ยนส์ชิพ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นำทัพโดย สตีเฟน ไรท์, ไมเคิล ดอยล์ และ เฟรดดี อีสต์วูด
ด้านศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในคืนวันเดียวกัน มีโปรแกรมนัดตกค้างฟาดแข้งกัน 1 คู่ โดย "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 13 แข่ง 27 นัด มี 31 คะแนน ต้องยกพลบุกไปเยือนสนามสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ดวลแข้งกับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 14 ที่ลงแข่ง 27 นัด มีแต้มเท่ากัน สำหรับเกมคู่นี้ ทรูวิชั่นส์ ช่อง 59 ในเวลา 22.00 น.
นัดนี้ แฮร์รี เรดเนปป์ กุนซือทีมเยือนสามารถใช้งานขุมกำลังสำคัญได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โจนาธาน วูดเกต, ลูกา โมดริช, เจอร์เมน เจนาส และ ร็อบบี้ คีน ส่วน ริกกี้ สบราเกีย กุนซือเจ้าถิ่นไม่มีปัญหาผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ ดีน ไวท์เฮด, คีแรน ริชาร์ดสัน, สตีด มัลบรองก์ และ เคนวีย์น โจนส์ เตรียมลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด
สำหรับทั้งสองทีมดังกล่าวกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน นั่นก็คือ มีคะแนนห่างจาก "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ทีมอันดับ 18 ซึ่งเป็นโซนพื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้ายเพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น ดังนั้นทั้งคู่จึงจำเป็นต้องแย่งกันเป็นผู้ชนะเก็บ 3 แต้มจากเกมนัดนี้ เพื่อโอกาสในการขยับหนีห่างจากโซนท้ายตารางนั่นเอง



