
ไฟไหม้วอด 3 หลัง เจ้าของลมแทบจับไม่เหลืออะไรเลย
ไฟไหม้วอด 3 หลัง เจ้าของร่ำไห้กลัวต้องชดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาซ่อมวอดไปกับกองเพลิง
วันที่ 2 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรรับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีไฟไหม้บ้านและลุกลามอย่างรวดเร็วจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกับอาสามูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานีและรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลพุ่งพง อำเภอหนองฉางจังหวัดอุทัยธานีและรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยเก่า
ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันไฟกำลังลุกโชนและไฟนั้นได้ลุกลามบ้านทั้งสามหลังอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำฉีดเพื่อดับไฟใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงไฟนั้นค่อยสงบลง นายณรงค์ธร วีระพันธ์ อายุ 56 ปี บ้านเลข12/2 หมู่ที่ 3 ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เจ้าของบ้านหลังแรกที่อยู่ติดกับถนน เปิดเผยว่า ได้สะสมของโบราณไว้ในบ้าน เช่น พระเครื่อง ไม้สักแปรรูปแล้ว ตะเกียงโบราณ เครื่องเล่นแผ่นเสียง และข้าวของในบ้านอีกเยอะ หากคิดเป็นมูลค่าน่าจะอยู่ที่ 1 ล้านกว่าบาท โดยครอบครัวของ นายณรงค์ธร มาสวมกอดกันและร้องไห้ด้วยความเสียดายทรัพย์สินและบ้านที่อยู่กันนานมาก เช่นเดียวกับบ้านของนางสาวนุชรี วีระพันธ์ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ที่ 3 ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งปลูกบ้านต่อจากบ้านของนายนายรรงค์ธร ไฟนั้นก็เผาข้าวของในบ้านจนหมดไม่เหลืออะไร ส่วนบ้านของนางธัญญา อิทรเสนา อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 12 ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งสามีของนางธัญญา นั้นเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่มีคนนำมาให้ซ่อมอยู่ในบ้านมูลค่านั้นน่าจะอยู่ที่ 3 แสนกว่าบาทพร้อมกับข้าวของเสื้อผ้าเครื่องใช้ในบ้านก็ถูกไฟนั้นไหม้จนไม่เหลืออะไร ได้เล่าทั้งน้ำตาว่าไม่เหลืออะไรในบ้านเลย พอรู้ว่าบ้านตัวเองถูกไฟไหม้เพราะเพื่อนบ้านนั้นโทรแจ้งก็ตกใจและรีบมาดู และได้เปิดเผยว่า หากคนที่นำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาซ่อมสงสารที่บ้านไฟไหม้ก็ดีไปแต่หากว่าจะต้องรับผิดชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ไม่รู้จะหาเงินมาชดใช้ที่ไหน เพราะบ้านนั้นไหม้จนไม่เหลืออะไรและไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมารับผิดชอบเลย และบ้านทั้งสามหลังนั้นยังเป็นญาติพี่น้องกันอีกด้วยจึงมาปลูกบ้านอาศัยอยู่ใกล้กัน
ขณะเดียวกับทางบรรเทาสาธารณะภัย จังหวัดอุทัยธานีและ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยเก่า ได้ช่วยเหลือตามระเบียนราชการคือ มอบเงินช่วยเหลือ บ้านหลังละ 330,000 บาท ส่วนสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้คาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจรและไฟนั้นลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะในบ้านนั้นพบว่ามียางรถยนต์ ซึ่งถูกเก็บไว้ในบ้านจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้นน่าจะอยู่ที่ 2 ล้านกว่าบาท
ภาพ-ข่าว นันทศักดิ์ วัฒนพานิช จ.อุทัยธานี



