
รวบเกย์หนุ่มฆ่าชิงทรัพย์อาจารย์ม.เกษตรฯ
ตำรวจสืบ 2 โชว์ผลงานรวบ หนุ่มเกย์ฆ่าชิงทรัพย์ อาจารย์ ม.เกษตรฯดับริมบึงสวนรถไฟ สารภาพ ไม่คิดเอาถึงตายหวังแค่ของมีค่าไปขายต่อ หาเงินใช้ รับเคยใช้ท่อนเหล็กทุบตีผู้เสียหายสลบมาแล้ว 3 ราย แค้นฝังใจเคยถูกพวกไม้ป่าเดียวกันรุมทำร้ายขณะหาเหยื่อย่านบาง รัก
(11ธ.ค.) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ รักษาการ ผบช.น.พร้อม พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานสืบสวน แถลงผลเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 2 จับกุมนายวิษณุ บัวลอย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 1 ต.โนนสูง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์นายสราวุฒิ เลิศมาลัยมาลย์ อายุ 36 ปีอาจารย์ภาควิชาบัญชีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3409/2552 ลงวันที่ 10 ธ.ค.2552 ข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง กระเป๋าเอกสาร 1 ใบ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัวท่อนเหล็กยาวประมาณ 45 ซม.จำนวน 1 ท่อน โดยจับกุมได้บริเวณบ้านโนนสูง ต.โพนทอง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ขณะหลบหนีกบดานที่บ้านเกิดหลังก่อเหตุล่อลวงนายสราวุฒิฆ่าชิงทรัพย์ขณะทำีทีเข้ามาตีสนิทบริเวณริมบึงสวนรถไฟซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้ต้องหาเร่ขายบริการให้กับชายหนุ่มด้วยกัน เมื่อกลางดึกวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 ได้ลงพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุสอบสวนพยานแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มคนรักร่วมเพศที่มักมามั่วสุมบริเวณนี้ทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายรูปร่างสูง ผมยาว พร้อมตรวจสอบคดีย้อนหลังคดีทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระแวกดังกล่าว พบว่าก่อนที่จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับนายสราวุฒินั้น ได้มีผู้เสียหายเป็นชายถูกตีด้วยท่อนเหล็ก และชิงทรัพย์ลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 ครั้งแต่ไม่ถึงกับฆ่าตาย แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงจะเกิดความอับอาย แต่ก็มีอยู่รายหนึ่งที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโล สาขาสะพานควาย ตำรวจจึงเข้าไปสอบปากคำพบว่าผู้ต้องสงสัยคดีนี้มีรูปพรรณสัณฐานตรงกันจึง บันทึกไว้เป็นหลักฐานและประสานพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ขออนุมัติหมายจับชายตามภาพสเก็ตช์ดังกล่าว กระทั่งสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาได้หลังหนีไปกบดานอยู่ใน พื้นที่ จ.สกลนคร
สอบสวนนายวิษณุ ยอมรับว่า เคยก่อเหตุลักษณะนี้ภายในบริเวณสวนรถไฟมาแล้ว 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเข้าไปทำทีพูดคุยเพื่อตีสนิทกับเหยื่อ เมื่อสบโอกาสก็จะใช้ท่อนเหล็กสั้นที่ขโมยมาจากสถานที่ออกกำลังกายในสวนรถไฟ มาทำร้ายเหยื่อ ก่อนจะขโมยเอาทรัพย์สินต่างๆหลบหนีไป แต่ในการก่อเหตุแต่ละครั้งนั้นตนไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายให้ถึงแก่ชีวิต เพียงแต่ต้องการเอาทรัพย์สินไปเท่านั้น ซึ่งในรายของนายสราวุฒินั้นหลังจากก่อเหตุแล้วตนได้โทรไปแจ้ง 191 ให้รีบส่งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ จากนั้นได้หลบหนีไปในย่านสมุทรปราการ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.สกลนคร และนำโทรศัพท์มือถือไปขายได้เงินมา 2,000 บาท ส่วนสาเหตุที่ทำนั้นเพราะเคยถูกเกย์ด้วยกันทำร้ายร่างกายจนเกือบปางระหว่างทำงานลักษณะดังกล่าวในย่านบางรัก จนเกิดความฝังใจประกอบกับชาวงหลังไม่ค่อยมีรายได้จึงตัดสินใจทำหาเงินเลี้ยงตัวเองและขอยอมรับผิดในสิ่งที่ทำทุกอย่าง



