
มาร์ค-ชวนปลุกเยาวชนสนใจการเมือง
มาร์ค-ชวนร่วมงานปลุกเยาวชนสนใจการเมือง ชี้ประชาธิปไตยไม่คืบ เพราะมีคนใช้ช่องโหว่กฎหมายหากิน ชี้ นี่คือตัวที่ลำลายศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองมากที่สุด
(10ธ.ค.) เวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานในงานเด็กไทยรักรัฐสภา โครงการ “มุมมองใหม่รัฐสภา...ในสายตาเยาวชน” ที่ลานอีเดน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมงานและทั้ง 3 คน ได้สนทนากันก่อนที่จะเริ่มงานด้วย
นายกฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันรัฐธรรมนูญที่มีความหมายต่อการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ได้เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่ง แน่นอนว่าใน 77 ปีที่ผ่านมานั้นการเมืองไทยและการปกครองของไทยต้องผ่านหลายเหตุการณ์ บางช่วงบางขณะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็มีความก้าวหน้า บางยุคบางสมัยก็ถดถอย และตลอดระยะ 77 ปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าประเทศไทยและประชาชนคนไทย ก็ต้องผ่านการเรียนรู้และการพัฒนาประชาธิปไตอย่างต่อเนื่องต่อไป
นายกฯ กล่าวว่า หัวใจของการมีกระบวนการประชาธิปไตย คือการที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการคุ้มครองอย่างชัดแจ้งในบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยในระยะหลังรัฐธรรมนูญจะมีการเขียนบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพไว้อย่างครอบคลุมกว้างขวางเพื่อเป็นผลักประกันว่าคนไทยจะไม่ถูกละเมิดสิทธิ์จากผู้มีอำนาจทางปกครอง ขณะเดียวกันการมีส่วนร่วมคือหัวใจในระบอบประชาธิปไตย เช่นเดียวกับประเทศประชาธิปไตยอื่นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยต้องอาศัยระบบตัวแทน ที่มีการเลือกตั้ง การมีตัวแทนของประชาชนไปทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ เข้าไปเป็นผู้กำหนดหรือเลือกตั้งนายกและครม.ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร รัฐสภาจึงเป็นองค์กรหลักของการเมืองการปกครองของไทย และสมาชิกรัฐสภามีหน้าที่ตรากฎหมายและควบคุมการใช้อำนวาจของฝ่ายบริหาร
" ผมทราบดีว่าภาพลักษณ์ของรัฐสภาและนักการเมืองโดยรวมก็เป็นด้านลบอยู่มาก ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าวงการเมืองย่อมมีคนไม่ดีและมีการกระทำไม่เหมาะสม มีการทุจริตคอรัปชั่น การเลือกตั้งที่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ใช้ถ้อยคำมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในระหว่างการประชุม แต่สิ่งที่อยากให้คนรุ่นใหม่รู้ว่าการเมืองเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องหากติการูปแบบในการตัดสินใจที่เป็นเรื่องของส่วนรวม แม้ระบบการเมืองที่ใช้อยู่จะไม่สมบูรณ์ แต่การที่การเมืองที่อิงกับประชาชนเป็นรูปแบบการเมืองที่เลวร้ายน้อยที่สุด "นายกฯ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราได้เรียนรู้การมีรัฐธรรมนูญมากมายหลายฉบับในประเทศไทย ว่าลำพังการมีกติกาที่ดีไม่เพียงพอในการสร้างระบบการเมืองและระบบประชาธิปไตยที่ดีได้ แต่กฎกติกาที่ดีนั้นต้องได้รับการสนับสุนจากบุคคล กลุ่มบุคคลและประชาชนโดยทั่วไป ที่ต้องเคารพกิตกา รับผิดชอบ โปร่งใส มีใจทำงานเพื่อส่วนรวมและประชาชน และคนที่จะเข้ามาทำงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนในฐานะผู้เลือกตั้ง ดังนั้นถ้าเด็กและเยาวชนต้องการเห็นการเมืองและบ้านเมืองดีขึ้น ต้องการเห็นการปรับปรุงของนักการเมือง เยาวชนก็ต้องเข้าใจด้วยการตัดสินใจของเยาวชนและการเตรียมความพร้อมในการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติต่อไปด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯได้ตอบคำถามเยาวชนที่ว่าอะไรคือปัญหาของการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่ากฎกติกาที่เรามีอยู่แม้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะตนยังไม่ถูกใจหลายเรื่องแต่เป็นกฎกติกาที่ใช้ได้แน่นอน แต่ปัญหาของเราคือคนที่ไม่ยอมทำตามกฎ คนที่ยังแสวงหาผลประโยชน์โดยใช้ช่องว่างของกฎ ตรงนี้คือตัวที่ลำลายศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองมากที่สุด
“การเลือกตั้งเราอยากให้บริสุทธิ์ยุติธรรมเราก็มีกกต. มีกฎกติกามากมาย แต่ปรากฏว่าคนยังหาช่องโหว่ได้ การบังคับใช้กฎหมายก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ การทุจริตก็สืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตด้วย แต่ก็มีกลไกมากมายในการตรวจสอบ รับของเกิน 3 พันบาทก็ไม่ได้ ชาวบ้านให้แหวนมา ก็ถูกร้องเรียนตรวจสอบแต่ก็ยังแกปัญหาไม่ได้เพราะยังมีการใช้ช่องโหว่ช่องว่างและค่านิยมผิดๆ ตรงนี้คิดว้าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด”นายกฯ กล่าว



