
"มาร์ค"ชี้รัฐบาลอาจไม่เป็นเจ้าภาพแก้รธน.
นายกฯนำครม.วางพานพระบรมราชานุสาวรีย์ร. 7 เชิญฝ่ายค้านร่วมแก้รธน.ไม่เช่นนั้นจะร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ได้อย่างไร เมื่อตกลงกันแล้วก็ควรเดินไปด้วยกัน
(10ธ.ค.) เวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯนำคณะรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายบริหารวางพานพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัว ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา และจากนั้นเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารในพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2552 ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนก็ยังอยู่ที่เดิมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นการแก้ไขที่นำมาสู่ความสมานฉันท์ ทั้งในส่วนของนักการเมืองและประชาชน เดิมได้ตกลงกันเป็นขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ในส่วนของฝ่ายการเมืองนั้นฝ่ายค้านได้ถอนตัวออกไป ทำให้เราต้องมาพิจารณากันว่าจะเดินต่อหรือไม่อย่างไร หากจะเดินต่อก็ต้องขึ้นอยู่กับการมาปรึกษาหารือกันอีกครั้งของฝ่ายนักการเมืองก่อน เพราะที่มาของการแก้รัฐธรรมนูญคือการที่จะต้องการให้ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันในการผลักดัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่ารัฐบาลมีเสียงเพียงพออยู่แล้ว ให้รัฐบาลกล้าตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า “ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกล้าไม่กล้าตัดสินใจ เขาเป็นฝ่ายที่เรียกร้องให้แก้ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายที่เรียกร้อง ผมต้องการที่จะสมานฉันท์ ผมก็เชิญชวนกันว่าหากจะแก้ให้แก้กันตรงไหน สภาก็ร่วมกันตกลงกัน ซึ่งเห็นว่าถ้าจะแก้แล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจะทำให้เกิดความสมานฉันท์ก็จะได้เดินหน้า แล้วไปสอบถามประชาชน ทีนี้พอจะแก้แล้วฝ่ายค้านบอกว่าไม่อยากให้แก้มันก็ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ไม่ได้เกี่ยวกับกล้าไม่กล้า ความจริงฝ่ายค้านควรจะต้องกลับมา แล้วร่วมกันทำเรื่องนี้ให้สำเร็จมากกว่า ”
เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมแม้รัฐบาลจะมีเสียงมากพอก็จะไม่เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมยังมองไม่เห็นเหตุผลว่าจะเดินในรูปแบบที่ตกลงกันไว้ได้อย่างไร เพราะมันอยู่บนสมมติฐานที่ว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมใจที่จะเดิน จะได้ไม่เป็นปัญหามาทะเลาะกันเถียงกันอีกว่ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อตกลงกันแล้วก็ควรจะเดินไปด้วยกัน ”
เมื่อถามว่า เท่ากับว่าจะไม่สอบถามประชามติจากประชาชนแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ครับ เมื่อนักการเมืองตกลงกันได้เราก็ค่อยพิจารณาเรื่องของประชาชนอีกครั้งในการทำประชามติ เพราะการทำประชามติจะใช้งบประมาณเยอะพอสมควร ถ้าเราไปทำประชามติก่อนแล้วนักการเมืองยังหยิบมาเป็นเงื่อนไขมาขัดแย้งกัน ก็ไม่รู้ว่าจะเสียทั้งงบประมาณและผ่านกระบวนการประชามติไปทำไม
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะไม่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญหากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนบอกว่าเรื่องยื่นไม่ใช่สาระสำคัญ รัฐบาลพร้อมยื่นแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าทุกฝ่ายทำด้วยกัน เพราะที่มาของเรื่องฝ่ายค้านเป็นฝ่ายเรียกร้อง ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เป็นฝ่ายเรียกร้อง รัฐบาลให้กระบวนการสมานฉันท์เข้ามาเมื่อตกลงกันอย่างไรให้เดินไปตามนั้น แต่มีบางฝ่ายบอกว่าไม่ร่วมไม่เห็นด้วย มันก็ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คำถามก็จะถามกลับว่าทำทำไม



