ข่าว

วันนี้ที่รอคอย

วันนี้ที่รอคอย

10 ธ.ค. 2552

มหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 “เวียงจันทน์เกมส์” เบิกม่านขึ้นอย่างเป็นทางการไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา วันที่นักกีฬาไทยเบิกร่องเส้นทางสู่ 100 เหรียญทองได้แล้ว จากผลงานของนักตะกร้อลอดห่วง


ที่ “เจ้าเก๋” เอกชัย มาสุข เกือบทำสถิติทำคะแนนเต็ม 240 คะแนนสำเร็จ เพราะ 30 นาทีของการแข่งขัน เจ้าเก๋ที่หลายคนบอกว่าเป็น “เจ้าชายตะกร้อลอดห่วงไทย” ทำไปได้ถึง 230 คะแนน ขาดแต้มจากท่าหลังเท้าอีกหนเดียวเท่านั้น
 ที่ผ่านมาจากรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทย และเชื่อว่าหลายชาติที่เดินทางมาทำหน้าที่ในซีเกมส์หนนี้ น่าจะต้องบ่นกับอุปสรรคในการทำงานไปถึงบ้านเมืองของเขาด้วยเช่นกัน
 แน่นอนว่า นี่คือ ครั้งแรกของลาวในการเป็นเจ้าภาพ รองรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ หลายสิ่งหลายอย่างไม่มีความพร้อม แม้ไทยจะส่งบุคลากรมาช่วยฝึกสอน หรือให้คำแนะนำ แต่เมื่อไร้ประสบการณ์ มาเจอสภาพความเป็นจริง ที่ปัญหาหลากหลายสารพัด
 ทว่า ด้วยความเป็นคนที่มีอุปนิสัยคล้ายคนไทย นั่นคือ “ยิ้มง่าย” มีปราศรัยไมตรีอันดี นี่คือสิ่งที่ช่วยให้ “ลาว” พอแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปได้
 ขณะเดียวกันที่น่าสนใจคือ บรรยากาศในพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์คราวนี้ น่าจะต้องใช้คำว่า ทุกเส้นทางในลาวมุ่งสู่สนามกีฬาแห่งชาติ รถที่ติดยาวเหยียดร่วม 10 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางจากปกติเป็น 2 เท่าตัว คือเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี
 ภาพเช่นนี้ คงไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในประเทศเล็กๆ ที่มีสภาพเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชนไม่อยู่ในขั้นกินดีอยู่ดี
 ภาพเช่นนี้ คงไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หากไม่ใช่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬา ที่ชาวลาวทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งได้เช่นนี้
 คงไม่มีการเป็นเจ้าภาพใดที่จะเรียกความเป็น “ชาตินิยม” ได้เท่ากับการเป็นเจ้าภาพกีฬาอีกแล้ว
 เพราะไม่เช่นนั้น ที่เวียงจันทน์เวลานี้ เสื้อยืด “เบยลาว” หรือเบียร์ลาวที่เคยขายดิบขายดี น่าจะกลายเป็นสินค้าตัวรองไปแล้ว เนื่องจากเสื้อที-เชิ้ต ที่สกรีนธงชาติลาว แล้วมีคำว่า “ลาว สู้ สู้” เป็นสินค้าใหม่ที่สามารถเรียกเงินจากกระเป๋าผู้คนทั้งในถิ่น และแขกผู้มาเยือนได้อย่างไม่ยาก พอๆ กับ เสื้อสกรีน “สะบายดี” อันแปลว่า “สวัสดี”
 บัดนี้ มหกรรมกีฬาซีเกมส์ได้เริ่มประวัติศาสตร์หน้าใหม่เป็นทางการไปแล้ว เป็นการรอคอยของชาวลาวทุกคน ซึ่งคำพูดของ ลุงเรียง คำวัน ชายวัย 60 ปี น่าจะเป็นตัวแทนได้อย่างดี
 “ผมรอคอยวันนี้มา 50 ปี ในการที่จะได้เข้าชม และไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสชื่นชมซีเกมส์บนแผ่นดินเกิด”
 ไม่ใช่แค่ชาวลาวที่ตื่นเต้น แต่พบว่า ชาวหนองคายหลายพันชีวิตข้ามน้ำโขงมาร่วมแสดงความยินดีกับลาวในพิธีเปิดหนนี้ด้วย ที่สำคัญ ชาวไทยเหล่านี้บอกว่า “ตื่นเต้น ขนาดจัดที่โคราช ยังไม่ถ่อรถไปดู แต่ที่ลาวมันเป็นของใหม่ เป็นประวัติศาสตร์”
 นี่คือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่นครเวียงจันทน์ กีฬาที่เต็มไปด้วยไมตรีจิต และชีวิตชีวา สมกับสโลแกนที่ว่า
 “ความมีน้ำใจ ไมตรีจิต ชีวิตสดชื่น”