
ประเดิมวันแรก คุมประพฤติพุ่งกว่า 700 คดี เมาขับสูงสุด
กรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ ประเดิมวันแรก กว่า 700 คดี คดีเมาขับเพิ่มขึ้นจากปีใหม่ 2562 ถึง 215 คดี กรุงเทพฯ รั้งอันดับเมาขับสูง
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2562 - นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า วันแรกที่มีการควบคุมเข้มงวด (27 ธ.ค.) มีสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ จำนวนทั้งสิ้น 699 คดี จำแนกเป็น
คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 567 คดี คิดเป็นร้อยละ 81.12 , คดีขับเสพ จำนวน 121 คดี คิดเป็นร้อยละ 17.31 , คดีขับซิ่ง/ แข่งรถ จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.14 , คดีขับรถประมาท จำนวน 10 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.43
สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 83 คดี จังหวัดระยอง จำนวน 46 คดี และจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 41 คดี
เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ ในวันแรกของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวน 352 คดี กับปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 567 คดี เพิ่มขึ้นถึง 215 คดี คิดเป็นร้อยละ 61.08
อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ เน้นย้ำมาตรการเข้มสำหรับผู้กระทำผิดในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา จะดำเนินการคัดกรองตามแบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงในการติดสุราจะส่งต่อให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเพื่อรับการบำบัดรักษาฟื้นฟูสภาพผู้ดื่มแล้วขับตามสถานพยาบาล ตามแนวทาง “เมาแล้วขับส่งบำบัด” นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกำชับให้อาสาสมัครคุมประพฤติเข้ามาควบคุมดูแลผู้ที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับ หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ให้ไปก่ออันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่นๆ อันเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวอีกว่า กรมคุมประพฤติยังจัดกิจกรรมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชน ณ จุดบริการประชาชน ด่านตรวจค้น และด่านชุมชน จำนวน 60 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย อาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน ผู้ถูกคุมความประพฤติ ประชาชน และภาคีเครือข่าย จำนวนทั้งสิ้น 1,642 คน



