
"วิทยาชี้รัฐบาลต้องกล้าหาญแก้รธน.
"วิทยา ระบุ รัฐบาลต้องแสดงความกล้าหาญแก้รธน. อย่าโยนความผิดให้ฝ่ายค้าน ด้าน ชุมพล ย้ำ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ ชี้ วิกฤตประเทศแก้ไม่ได้เพราะยึดตัวเองเป็นหลัก
(10ธ.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเรียกร้องให้ฝ่ายค้านเข้าร่วมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องถามรัฐบาลก่อน รัฐบาลต้องกล้าเป็นผู้นำ คนที่เป็นรัฐบาลกล้านำ ก็ต้องกล้าทำด้วย อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่น รัฐสภาแห่งนี้มีจำนวนสมาชิกอยู่เท่าไร ซึ่งก็ไม่น้อยที่พร้อมจะพิจารณา ฝ่ายค้านก็เป็นส่วนหนึ่ง เราก็ยืนยันที่จะฏิบัติหน้าที่ในกรอบของกฎหมายในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นความห่วงใยในเรื่องอื่นไม่ต้องมาบอก รัฐบาลทำให้ถูกต้องดีกว่า
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า องค์ประกอบพออยู่แล้ว แต่ฝ่ายค้านขอใช้อำนาจตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านไม่ต้องมากลัวเรื่องพวกนี้ ฝ่ายค้านพร้อมที่จะพิจารณาตามกรอบของกฎหมาย เพราะฉะนั้นจะให้รัฐบาลเร่งๆ ทำวันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ได้ยิ่งดี อย่ามาโยนว่าฝ่ายค้านไม่พร้อม หรือวิงวอนฝ่ายค้าน เพราะคิดว่าเป็นการเล่นเกมไปวันๆ รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจและกล้าที่จะทำดีกว่า ซึ่งมีหลายเรื่องที่จะต้องเร่งรัดทำไม่ใช่แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากเปิดสมัยประชุมมาแล้วกล้ายื่นเรื่องพวกนี้ ทำให้ชัดเจน ฝ่ายค้านก็พร้อม ไม่ต้องกลัว
นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า จุดยืนของพรรคยังเหมือนเดิม ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย 1.ยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยที่แท้จริง 2.ต้องคืนความเป็นธรรมให้คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม 3.ประเด็นในการแก้ไขทางพรรคมีทั้งหมด 7 ประเด็นตามที่ได้ประกาศไปแล้ว 4.วิธีการแก้ไขอยากให้เสนอประเด็นละฉบับ เพื่อประโยชน์ว่าหากประเด็นใดไม่เห็นด้วยก็ให้ตกไปทีละฉบับ
“เวลานี้พรรคชาติไทยพัฒนาได้วิเคราะห์สถานการณ์ในการแก้ไขปัญหา ตัวเนื้อหาสาระในการแก้ไขค่อนข้างจะลงตัวเพราะเห็นด้วยกันหมด แต่บรรยากาศและกระบวนการที่จะแก้ไขยังมีปัญหา และอุปสรรคอยู่ ค่อนข้างไม่ชัดเจน เรื่องนี้จะต้องร่วมมือทุกฝ่ายทั้งทางรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านฝ่ายเดียว และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนต้องเห็นชอบด้วย” นายชุมพล กล่าว
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าเสียงรัฐบาลเองก็เพียงพอที่จะแก้ไขได้แล้ว นายชุมพล กล่าวว่า การนำเสนอถือว่ามีเสียงเพียงพอแต่การลงมติไม่แน่ว่าจะเพียงพอหรือไม่ ในบางประเด็นอาจจะเพียงพอ บางประเด็นอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นฝ่ายใดที่เห็นชอบด้วยก็ควรลงมาร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาวิกฤติของประเทศขณะนี้ที่แก้ไขไม่ได้ เพราะทุกคนยืนอยู่บนจุดที่ตัวเองได้เปรียบและไม่พยายามที่จะลงมาดูแล
ต่อข้อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล ถึงเวลาที่จะทวงสัญญาจากพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเวลานี้ก้าวมาถึงขั้นสู่รัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ยกร่างตัวร่างที่จะแก้ไข ดังนั้นเวลานี้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของส่วนรวมทั้งหมดที่จะดำเนินการ แต่ดูแล้วบรรยากาศไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไร ต้องรอจังหวะ



