ข่าว

'หงส์'ปะทะ'จิ้งจอก'บิ๊กแมทช์บ็อกซิงเดย์

'หงส์'ปะทะ'จิ้งจอก'บิ๊กแมทช์บ็อกซิงเดย์

26 ธ.ค. 2562

มาถึงช่วงสำคัญของฟุตบอลอังกฤษที่เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนกำลังรอคอย นั่นก็คือ "บ็อกซิง เดย์"

 

 

หรือวันแกะของขวัญที่ถึงแม้ว่าลีกอื่นๆทั่วยุโรปจะหยุดพักทำการแข่งขันเพื่อฉลองเทศกาลคริสต์มาส ทว่าไม่ใช่กับลีกสูงสุดแดนผู้ดีที่ยังมีโปรแกรมห้ำหั่นกันเช่นเดิม

โดยพอมาถึงช่วง บ็อกซิง เดย์ นั้นหลายๆตำแหน่งภายในลีกก็เริ่มจะมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องของทีมลุ้นแชมป์, ทีมลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ รวมถึงทีมที่ลุ้นหนีการตกชั้น เพราะผ่านมาเกือบครึ่งของฤดูกาลแล้ว

และตำแหน่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเหล่าบรรดาทีมลุ้นแชมป์ที่ในซีซั่นนี้เรียกได้ว่าเข้มข้นเช่นเดิมแม้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงในปัจจุบันจะนำห่างทีมอันดับ 2 อย่าง เลสเตอร์ ซิตี อยู่ 10 แต้ม รวมถึงนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมอันดับ 3 อยู่ 11 แต้มทั้งๆที่แข่งน้อยกว่า 1 นัดก็ตาม

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากตามสถิติจะระบุว่า 11 ฤดูกาลหลังสุดของพรีเมียร์ลีก มี 8 ฤดูกาลที่จ่าฝูงในวันคริสต์มาส จะสามารถคว้าแชมป์ได้ และมีเพียง 3 ฤดูกาลที่จ่าฝูงวันคริสต์มาสดังกล่าวไปไม่ถึงฝั่งฝัน ซึ่ง 3 ฤดูกาลที่ว่านั้นก็คือ 3 ซีซั่นที่ ลิเวอร์พูล ครองตำแหน่งจ่าฝูงในช่วงนี้ 2008-09 ลิเวอร์พูล (จ่าฝูง) - แมนฯยูไนเต็ด (แชมป์), 2013-14 ลิเวอร์พูล (จ่าฝูง) - แมนฯซิตี้ (แชมป์), 2018-19 ลิเวอร์พูล (จ่าฝูง) - แมนฯซิตี้ (แชมป์) ทำให้อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้ในเกมลูกหนัง

นอกจากนั้นโปรแกรมยังมีประจวบเหมาะให้ทีมจ่าฝูง และทีมรองจ่าฝูงต้องมาดวลกันเองหลัง “หงส์แดง” จะยกพลไปปะทะกับ “จิ้งจกสยาม” ในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ ซึ่งทำให้แมตช์ดังกล่าวอาจจะเป็นตัวชี้วัดอะไรหลายๆอย่างในฤดูกาลนี้เลยก็เป็นได้ เพราะหาก ลิเวอร์พูล เก็บ 3 คะแนนได้ พวกเขาจะทิ้งห่าง 13 แต้ม และเพิ่มความมั่นใจในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ทว่าหาก เลสเตอร์ เป็นฝ่ายคว้าชัยจะเป็นการสร้างความกดดันให้กับทีมดังแห่งถิ่นแอนฟิลด์ในช่วงเวลาที่เหลือของซีซั่นอย่างแน่นอน

 

 

เลสเตอร์ ซิตี พบ ลิเวอร์พูล
วันที่ 26 ธันวาคม 2019
สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
เวลา : 03.00 น. (เช้าวันที่ 27 ธันวาคมตามเวลาประเทศไทย)
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีมรวมทุกรายการ

5/10/2019 ลิเวอร์พูล ชนะ เลสเตอร์ ซิตี 2-1 (พรีเมียร์ลีก)
31/01/19 ลิเวอร์พูล เสมอ เลสเตอร์ ซิตี 1-1 (พรีเมียร์ลีก)
01/09/18 เลสเตอร์ ซิตี แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (พรีเมียร์ลีก)
30/12/17 ลิเวอร์พูล ชนะ เลสเตอร์ ซิตี 2-1 (พรีเมียร์ลีก)
23/09/17 เลสเตอร์ ซิตี แพ้ ลิเวอร์พูล 2-3 (พรีเมียร์ลีก)

ความพร้อมล่าสุดของทั้ง 2 ทีม

เลสเตอร์ ซิตี

เริ่มที่เจ้าถิ่น “จิ้งจอกสยาม” ของกุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส ทำผลงานได้น่าประทับใจซีซั่นนี้หลังขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งรองจ่าฝูงของลีกสูงสุดแดนผู้ดีด้วยการเก็บไปแล้ว 39 คะแนนจาก 18 นัดด้วยสถิติชนะ 12 เสมอ 3 และแพ้ 3 นัด
โดยจุดเด่นของ เลสเตอร์ ในฤดูกาลนี้คือเกมรุกที่ดุดันที่นำมาโดย 2 แข้งอย่าง เจมี วาร์ดี และเจมส์ แมดดิสัน ส่วนเกมรับพวกเขาก็มีความแข็งแกร่งด้วยการเสียไปเพียง 14 ประตูแม้จะเสีย แฮร์รี แมคไกวร์ กองหลังตัวหลักไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ ชัคลาร์ โซยุนชู ก็แทนตำแหน่งได้แบบไร้ที่ติจนเคยทำสถิตเก็บชัยในลีก 8 เกมรวด

'หงส์'ปะทะ'จิ้งจอก'บิ๊กแมทช์บ็อกซิงเดย์
ถึงกระนั้นในช่วงหลัง เลสเตอร์ เริ่มมีผลงานสะดุดหลัง 2 เกมล่าสุดยังหาชัยชนะไม่เจอเจอจากการเสมอ นอริช ซิตี 1-1 และพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-3 ส่งผลให้ถูก “เรือใบสีฟ้า” ทีมอันดับ 3 ไล่มาเหลือเพียง 1 แต้มเท่านั้น
ส่งผลให้เกมนี้การได้ 3 คะแนนถือว่าสำคัญกับพวกเขาเป็นอย่างยิ่งเพราะจะช่วยเพิ่มในเรื่องของความมั่นใจ และต่อยอดในการลุ้นแชมป์ลีกต่อไป
ส่วนนัดนี้พวกเขาจะขาดเพียง แมตตี เจมส์ กองกลางตัวสำรองที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมมากนัก ขณะที่ตังหลักรายอื่นๆพร้อมลงสนามช่วยทีมทั้งหมดนำทัพมาโดย แคสเปอร์ ชไมเคิล, ชัคลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์, วิลฟรีด เอนดิดี, อาโยเซ เปเรซ, ยูริ ตีเลอมองส์, เจมส์ แมดดิสัน และเจมี วาร์ดี ที่ยิงไปแล้ว 17 ประตูครองตำแหน่งดาวซัลโวลีกในขณะนี้

'หงส์'ปะทะ'จิ้งจอก'บิ๊กแมทช์บ็อกซิงเดย์

 

 

ลิเวอร์พูล

มาถึงทีมเยือน “หงส์แดง” ของผู้จัดการทีม เจอร์เกน คลอปป์ เรียกได้ว่าเป็นปีทองของพวกเขาอย่างแท้จริงเพราะเพิ่งไปคว้าแชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยแรกหลังเอาชนะ ฟลาเมงโก 2-1 ส่งผลให้เป็นการซิวโทรฟีที่ 3 ของปีต่อจาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนมิถุนายน และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เมื่อเดือนสิงหาคม
ขณะที่ผลงานในลีก ลิเวอร์พูล รั้งตำแหน่งจ่าฝูงหลังมี 49 คะแนนจาก 17 นัดด้วยสถิติชนะ 16 เสมอ 1 และยังไร้พ่าย ทำให้มีสิทธิ์สูงที่ทีมดังแห่งถิ่นแอนฟิลด์จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรกไปครอง
แม้จะไม่ได้เสริมทัพในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ ลิเวอร์พูล มีชัดเจนคือระบบทีมที่เรียกได้ว่าสมดุลทั้งในเกมรับ และเกมรุกจนส่งผลให้พวกเขาพัฒนาผลงานขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของทวีปยุโรปในปัจจุบัน

'หงส์'ปะทะ'จิ้งจอก'บิ๊กแมทช์บ็อกซิงเดย์
ส่วนในนัดนี้ ลิเวอร์พูล มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บหลายรายทั้ง โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, ฟาบินโญ, นาธานเนียล ไคลน์ และอเล็กซ์ อ็อกเหลด แชมเบอร์เลน ที่เพิ่งบาดเจ็บล่าสุดมาจากเกมสโมสรโลก
อย่างไรก็ตามข่าวดีคือพวกเขาจะได้ จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม กองกลางคนสำคัญที่สลัดเดี้ยงลงมาประสานงานกับแข้งหลักรายอื่นๆ ทั้ง อลีสซง เบคเกอร์, เทรนต์ อเลกซานเดอร์-อาร์โนลด, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และโรแบร์โต ฟีร์มีโน

'หงส์'ปะทะ'จิ้งจอก'บิ๊กแมทช์บ็อกซิงเดย์

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม

เลสเตอร์ ซิตี (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิล - ริคาร์โด เปไรรา, จอนนี อีแวนส์, ชัคลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ - วิลฟรีด เอนดิดี - อาโยเซ เปเรซ, ยูริ ตีเลอมองส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ - เจมี วาร์ดี

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบคเกอร์ - เทรนต์ อเลกซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม, นาบี เกอิตา - โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มีโน

โปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกช่วงบ็อกซิง เดย์ คู่อื่นๆ
วันที่ 26 ธ.ค.

19.30 น.
ทอตแนม ฮอทสเปอร์ พบ ไบรท์ตัน
22.00 น.
แอสตัน วิลลา พบ นอริช ซิตี
บอร์นมัธ พบ อาร์เซนอล
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เอฟเวอร์ตัน พบ เบิร์นลีย์
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ วัตฟอร์ด
00.30น.
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
วันที่ 27 ธ.ค.
02.45 น.
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี