
สุภโชค สารชาติ - เราจะไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
ช้างศึก ยู23 รายงานตัว พร้อมลุยชิงแชมป์เอเชีย
อากิระ นิชิโนะ เรียกนักเตะทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เดินทางเข้ารายงานตัว ที่โรงแรม ซัมมิท วินด์มิลล์ กอล์ฟ เรสซิเดนซ์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมให้โอวาท
ขุนพลช้างศึกU23 เข้ารายงานตัวทั้งสิ้น 32 คน นำโดยนักเตะชุดซีเกมส์ ทั้ง 20 คน รวมถึงแข้งใหม่อย่าง กรวิชญ์ ทะสา , เควิน ดีรมรัมย์ , เบนจามิน เจมส์ เดวิส กองกลางจาก ฟูแล่ม และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม หัวหอก ทรู แบงต็อก ยูไนเต็ด ที่ย้ายไปค้าแข้งกับ เอฟซี โตเกียว ในฤดูกาล 2019 ร่วมทัพ ขาดเพียง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ดาวรุ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะตามมาสมทบในภายหลัง โดยอากิระ นิชิโนะ ได้นำลูกทีมลงประเดิมฝึกซ้อมทันทีใน สนาม วินด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ
"เช็ค" สุภโชค สารชาติ กองกลางทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ the-afc.com แสดงความเชื่อในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมคาดหวังจะทำให้ดีที่สุดเพื่อคว้าตั๋วไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น
แนวรุกวัย 21 ปี เป็นกำลังสำคัญให้ทัพช้างศึกทั้งชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดยล่าสุดเพิ่งพาทีมลุยศึกซีเกมส์ 2019 ฟิลิปปินส์ ก่อนจะถูก อากิระ นิชิโนะ เรียกติดทีมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเจ้าตัวได้เผยถึงความคาดหวังในทัวร์นาเมนดังกล่าวว่า
"ผมคิดว่าการแข่งขันครั้งนี้ เราจะทำได้แตกต่างจากครั้งล่าสุด เราได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลในบ้านของเรา ที่คาดว่าจะมาเชียร์กันเต็มสนาม แฟนบอลจะช่วยให้เรามีพลังมากขึ้น ในการเอาชนะคู่ต่อสู้”
“แน่นอนว่ามันอาจจะกดดันบ้าง เพราะเราได้เล่นในบ้านของตัวเอง แต่เราจะพยายามเปลี่ยนความกดดันเป็นแรงกระตุ้น และทำให้ดีที่สุดเพื่อแฟนบอลของเรา"
"ผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายส่วนตัวอะไรไว้เลย เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือทีม ถ้าผมยิงได้ 10 ประตู แต่ทีมตกรอบ มันก็ไม่มีประโยชน์ ผมมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคนก็คงคิดแบบนั้น"
"ผมเชื่อว่าการแข่งขันรายการนี้จะมีแมวมองจากหลายสโมสร และมันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทุกคนอยากแสดงผลงานที่ดีออกมา สิ่งสำคัญคือเราต้องช่วยเหลือกัน หากเราเล่นได้ดีแค่คน 2 คน แสดงว่าเรากำลังมีปัญหา"
"การแข่งขันรายการนี้ เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ยากที่สุดในเอเชีย และทุกทีมที่มาที่นี่ต่างมีมาตรฐานสูง ทุกทีมในกลุ่มต่างมีคุณภาพสูง ผมไม่รู้ว่ารายละเอียดพวกเขาเป็นอย่างไร แต่เราจะไม่ประมาทอย่างแน่นอน เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดทั้ง 3 นัด เพื่อเข้ารอบต่อไปให้ได้"
"ทัวร์นาเมนต์นี้มีตั๋วไปโอลิมปิก ที่โตเกียว เป็นเดิมพัน นั่นเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ทำให้เราอยากทำผลงานให้ออกมาดี ผมคิดว่าทุกคนต่างคาดหวังให้เราทำได้ดีในทัวร์นาเมนต์นี้ ในฐานะเจ้าภาพ ผมคิดว่าทุกคนก็คาดหวังเหมือนกับแฟนบอล ที่จะไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไปโอลิมปิก"
สำหรับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อยู่กลุ่ม เอ ร่วมกับ ทีมชาติอิรัก , ออสเตรเลีย และ บาห์เรน โดยจะประเดิมสนามนัดแรกพบ บาห์เรน ในวันที่ 8 มกราคม นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 20.15 น.



