
ช็อปของถูกและดีที่ "งานศิลปาชีพ"
กลับมาตามคำสัญญาอีกครั้งสำหรับ "งานจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2552" ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดก่อเกิดจากฝีมือของเหล่าสมาชิกศิลปาชีพทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกำชับเสมอว่าขอให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาย่อมเยา อย่าได้ตั้งราคาสูงเกินไปในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะทรงอยากให้คนไทยได้ชื่นชมและสนับสนุนสินค้าที่มาจากฝีมือคนไทย อีกทั้งยังเป็นการให้กำลังใจแก่สมาชิกศิลปาชีพไปพร้อมๆ กันด้วย
"ถึงแม้ทุกวันนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะไม่ได้เสด็จออกไปเยี่ยมเยียนราษฎรเหมือนทุกปีที่ผ่านมา แต่สมาชิกของศิลปาชีพยังทำงานกันอย่างแข็งขัน เมื่อไรที่เขาทำชิ้นงานเสร็จก็จะโทรศัพท์มาบอกให้เจ้าหน้าที่ไปรับชิ้นงานเหล่านั้นทั่วทุกภาค ซึ่งตอนนี้ก็มีงานใหม่ๆ จากสมาชิกศิลปาชีพอ่างทองเข้ามา เพราะเราเพิ่งจะไปเปิดโรงศิลปาชีพที่นั่น ก็จะมีทั้งงานเซรามิก ผ้าไหม ผ้าจก แกะสลักไม้ ปักผ้า แต่งานเซรามิกนี้ก้าวหน้ามาก ฝึกกันยังไม่ถึงปีแต่ฝีมือในการวาดลวดลายลงบนเซรามิกสวยมาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะมีรับสั่งให้นำผลิตภัณฑ์ใหม่มาถวายงานแล้วทรงติชม โดยเฉพาะเซรามิกทรงมีพระประสงค์ให้แก้ไขรูปทรงผลิตภัณฑ์บ้าง หรือให้แก้ไขว่าทำอย่างไรเมื่อเผาแล้วชิ้นงานไม่เบี้ยว ได้ขนาดที่พอดีกันทุกชิ้น ทรงชื่นชมคนไทยที่มีความเก่ง มีความสามารถรับการถ่ายทอดความรู้และเรียนรู้จากครูผู้สอน พร้อมๆ กับมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้นบนชิ้นงานตลอด เพียงแค่ใช้เวลาหัดไม่ถึงปี" รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เผย
พร้อมกับบอกต่อว่า ไม่เพียงแต่เครื่องเซรามิกเท่านั้นที่เป็นชิ้นงานใหม่ หากแต่ยังมีงานแกะสลักไม้จากทางภาคเหนือส่งเข้ามา ซึ่งไม้ดังกล่าวไม่ได้เป็นต้นไม้ที่ปลูกแต่อย่างใด หากแต่เป็นตอไม้จากหัวไร่ปลายนา ที่ชาวบ้านไปขุดขึ้นมาเพื่อนำมาทำผลงานชิ้นใหม่ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติแต่อย่างใด
ด้าน ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายทุกชิ้นเป็นไฮไลท์ทั้งหมด โดยเฉพาะผ้าไหม ผ้าแพรวา ผ้าชาวเขา ที่จะนำมาจำหน่ายและได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทุกปี และในส่วนของเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็ได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยขึ้นด้วย
"ในส่วนของผ้าไหมลูกแก้วพิมพ์ลายดอกไม้ อย่างลายกอบัวก็นำมาพิมพ์บนผืนผ้าสีชมพูสวยงาม ซึ่งในเรื่องของลายพิมพ์นี้เราขอให้ทางโรงงานพิมพ์ลายเขาทำให้ แต่ในส่วนของเนื้อผ้าเป็นผ้าของทางศิลปาชีพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าหางกระรอก ผ้าลายเกล็ดเต่า ซึ่งมีความพิเศษที่ไม่ค่อยยับ นอกจากลายดอกไม้ก็ยังมีลายผีเสื้อ ลายปลาในพื้นสีเอิร์ธโทนคิดว่าวัยรุ่นน่าจะชอบ
นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์จากฝีมือของสมาชิกศิลปาชีพมาจำหน่ายแล้ว ยังมีผลิตผลทางการเกษตรให้ทุกคนได้เลือกซื้อ แม้แต่อาหารสำเร็จรูปตามภาคต่างๆ ก็มีมาจำหน่ายให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมในงานได้ลิ้มลองกันด้วย ยอดข้าวกล้องที่นำมาทำเป็นผงสำหรับชงรับประทาน ยังมีมาจำหน่ายด้วยซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก" ท่านผู้หญิงอรนุชกล่าว
ทั้งยังเสริมด้วยว่า เนื่องจากบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า มีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณสวนอัมพร สถานที่จัดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ดังนั้นจากเดิมที่เปิดให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. จึงเลื่อนเวลาออกมาเป็น 10.00-20.00 น. แทน
"เราเพิ่มเวลาจำหน่ายออกไปอีก 2 ชั่วโมง จนถึงวันที่ 13 ธันวาคม เพื่อให้สอดรับกับความสะดวกของประชาชน ที่นอกจากจะเดินทางมาซื้อของแล้วตกค่ำก็สามารถไปนั่งชมงานแสดงแสงสีเสียงเฉลิมพระเกียรติ 4D ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมได้ด้วย สำหรับการเดินทางเนื่องจากถนนด้านหน้าสวนอัมพรปิด แต่สามารถเข้ามาชมงานได้บริเวณประตูศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่หลังจากวันที่ 13 ไปจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2552 สามารถเข้าชมงานได้ปกติ และจะเปิดให้บริการถึง 18.00 น. เหมือนทุกครั้ง" ท่านผู้หญิงอรนุช กล่าวปิดท้าย



