
เรื่องตลก...
น่าจะเรียกได้ว่า ทำเอาเสือป่าครางฮือ กันเลยทีเดียว เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร คนสำคัญที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องราวระหว่างพนักงานบริษัทวิทยุการบินสัญชาติไทย แต่ไปทำธุรกิจที่กัมพูชา ถูกจับกุมและอยู่ในความสนอกสนใจของคนไทยมาร่วม 1 เดือน
แต่เมื่อถึงวันที่ศาลเขมรมีคำพิพากษา ทักษิณ ที่จัดรายการวิทยุในคืนเดียวกันนั้น กลับไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ทั้งที่แม่ของชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายชีวิตวัยฉกรรจ์แต่กลับตกไปอยู่ในเกมการเมือง ออกปากว่า หวังพึ่งพาอาศัยให้พาลูกชายออกจากเขมร ที่นับวันจะยิ่งคล้ายกับเป็นนรก
เรื่องราวที่พูดจากในวิทยุกลับเป็นเรื่องท้าทาย เย้ยเยาะความสามารถของรัฐบาล โดยเฉพาะที่บอกว่าถ้าไม่มาเคลียร์ทั้งเรื่องคดีความ ศาล องค์กรอิสระ อย่าหวังว่าจะสงบ
แต่นั่นก็หาได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของคนไทยทั่วไป
ที่อยู่นอกเหนือจริงๆ กลับเป็นท่าทีของรัฐบาลที่ดูจะใจเย็นเป็นพิเศษ
โดนด่าท้าทายขนาดนี้แล้วยังเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ดิ้นรนที่จะไปเอาตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ปล่อยให้เริงร่าบงการลิ่วล้อป่วนชาติบ้านเมืองไปไม่สิ้นสุด
ทักษิณ กลับไปพูดเรื่องเขมรตอบคนไทยที่ใช้ "ทวิตเตอร์" ช่องทางสื่อสารที่ชาวนาชาวไร่ยากจะเข้าถึง
คนที่เข้าไปพูดคุยยกเรื่อง เด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายที่ บริษัทวิทยุการบินสัญชาติไทยในเขมร ว่า "อีก 100 ปีเด็กมาอ่านประวัติศาสตร์เรื่องวิศวกรไทย คงหัวเราะ??"
ทักษิณ ตอบว่า "อยากหัวเราะให้ถูกจังหวะต้องไปดูคำสั่งกองทัพอากาศที่ให้ F16 บรรจุจรวดแล้วขึ้นประกบเครื่องผมตอนบินออกจากเสียมเรียบและถ้าให้ดีต้องดู"
เห็นแค่ตัวหนังสือ ก็พอจะรู้อารมณ์คนเขียน ว่า เจ็บแค้นแค่ไหน
ซึ่งก็พอจะเข้าใจที่คนคนหนึ่ง ถูกศาลสั่งให้จำคุก และยังถูกอายัดเงินไว้ถึง 7.6 หมื่นบ้านบาท และวันตัดสินว่าจะยึดเงินทั้งหมดหรือไม่ ก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ ครั้นจะเดินทางมาประเทศเพื่อนบ้านก็ดันถูกจำกัดห้ามบินผ่านน่านฟ้า
เป็นใครมันก็ต้องคับแค้นแน่นอก
แต่ถ้าคิดถึงเกียรติศักดิ์ศรีของชาติชาติหนึ่งแล้ว จะพอเข้าใจว่า ทำไมถึงต้องเตรียมเครื่องบินขับไล่บินประกบกับเครื่องบินนักโทษ
ถ้าคิดจะเล่นเกม "เก่งจริง ก็จับให้ได้สิ" ก็อย่าโอดโอย กับวิธีการ หรือเครื่องมือที่อีกฝ่ายจะใช้ เพราะถึงอย่างไร ก็ไม่อาจใช้เครื่องมือหรือวิธีการที่ไม่มีกฎหมายรองรับ
เรื่องตลก ที่น่าหัวเราะไปมากกว่านั้น ก็คือที่ ทักษิณ เขียนมาว่า "คนทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้รถเมล์ 4,000 คัน จนทำให้รถราคาโคตรแพงกับเจ้าของบริษัทวิทยุการบินกัมพูชาเป็นคนเดียวกันหรือเปล่ามีโยงใยกับใคร"
ดูเผินๆ ไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าพิเคราะห์ถึงที่มาที่ไป ถึงเหตุผล-ข้อมูลที่พูดถึง มันชัดเจนว่า มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทวิทยุการบินแห่งนี้ ผู้บริหาร ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงไปถึงใครต่อใคร ซึ่งก็อาจจะรวมไปถึง นักการเมืองในปัจจุบัน
ถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับคดีความวิศวกรหนุ่มถูกจับข้อหาล้วงตับกัมพูชา?
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรถเมล์ 4,000 คันที่ว่า "โคตรแพง" มันก็ยังไม่ได้เปิดประมูลซื้อ-ขาย
เรื่องราวที่ตลกมากไปกว่านั้นก็คือ คำร่ำลือว่า ทันทีที่มีข้อมูลว่า มีคนขอดูเที่ยวบินพิเศษ และชัดเจนว่าเป็นใครที่ไหน ก็มีคนไปสะกิด "เพื่อนรัก" ว่า "อยากมีเงินใช้ไหม?"
นั่นคือ บทแรกของเรื่องราวที่ราวกับนิยายรักรันทด ชายหนุ่งคนหนึ่ง ที่เป็นที่รักของเพื่อน ของครอบครัว โชคร้ายถูก "ใบสั่งอาญา" ให้ถูกคุมขังกักบริเวณ โดยที่ใครต่อใครต่างก็รู้แล้วว่า "ไม่รอด"
แต่ความอยู่รอดของชายหนุ่ม หาใช่เป็นเป้าหมาย หรือจุดที่ คนสะกิดเพื่อนรัก ให้เดินหมากหาเงินไม่ เป้าหมายก็คือ แหล่งทำกินของชายหนุ่มนั่นต่างหาก
เพราะมันเป็นแหล่งทำกินที่ทำเลดี ไม่มีใครมาเทียบได้ แม้กระทั่งอำนาจรัฐ ที่หากเดินตามกฎหมาย ตามหลักสากล ก็ไม่มีช่องทางให้สอดมือเข้าไปแทรก
กิ้งกือยังเดินตกท่อ...ประสาอะไรกับชะตาชีวิตคนที่ไม่มีอะไรแน่นอน
"น่าจะ 700 นะ" คนหนึ่งคาดเดา แต่อีกคนกลับบอกว่า "40 ล้าน"
แม้ตัวเลขจะแตกต่างกัน แต่ไม่มีใครปฏิเสธว่า งานนี้ไม่มีการจ่าย
ยังเหลือก็แต่เพียงเจ้าของแหล่งทำกินเท่านั้น ที่จะยืนยันว่า เรื่องราว "กรรโชก" ครั้งนี้มันมีจริงหรือไม่ ถ้ามี จ่ายเท่าไหร่?
เป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกเลยจริงๆ



