ข่าว

รับอีคอมเมิร์ซ ปณท ตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุ 6.5 ล้านชิ้น

รับอีคอมเมิร์ซ ปณท ตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุ 6.5 ล้านชิ้น

24 ธ.ค. 2562

ไปรษณีย์ไทย รับมือปริมาณสิ่งของฝากส่งปี 2563 ติดตั้งเพิ่มเครื่องคัดแยก รองรับพัสดุ 6.5 ล้านชิ้นต่อเดือน

 

               24 ธันวาคม 2562 ไปรษณีย์ไทย ยกระดับการคัดแยกพัสดุ นำเครื่องคัดแยกพัสดุแบบกล่อง (Cross Belt Sorter) ติดตั้งเพิ่ม ณ ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ คัดแยกสิ่งของได้กว่า 6,500,000 ชิ้นต่อเดือน

 

               นับเป็นเครื่องที่ 2 ต่อจากศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา พร้อมในปี พ.ศ.2563 ตั้งเป้าติดตั้งอีก 6 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพและรับมือปริมาณสิ่งของที่เพิ่มมากขึ้น และจะทำการติดตั้งเครื่องคัดแยกให้ครบทุกศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศภายในปี พ.ศ.2566

 

อ่านข่าว ห่อพัสดุแบบมือโปร ลดความเสียหาย อุ่นใจถึงปลายทาง

 

               นายกาหลง ทรัพย์สอาด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานระบบปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า จากการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ตลอดปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ยอดสิ่งของฝากส่งผ่านไปรษณีย์ไทยในปีพ.ศ.2562 ทะลุ 3,000 ล้านชิ้นแล้ว 

 

รับอีคอมเมิร์ซ ปณท ตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุ 6.5 ล้านชิ้น

 

               นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังได้ติดตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุแบบกล่อง หรือ Cross Belt Sorter ที่มีประสิทธิภาพในการคัดแยกสิ่งของได้กว่า 6,500,000 ชิ้นต่อเดือน ณ ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ เพื่อรองรับปริมาณงานทั่วประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2563

 

               โดยการติดตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุแบบกล่อง (Cross Belt Sorter) ณ ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ นับเป็นเครื่องที่ 2 ต่อจากศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา มีประสิทธิภาพในการคัดแยกสิ่งของได้กว่า 6,500,000 ชิ้นต่อเดือน

 

               ซึ่งเมื่อรวมศักยภาพของทั้งสองเครื่องแล้ว จะรองรับปริมาณงานได้มากถึง 13,000,000 ชิ้นต่อเดือน และปีหน้าจะติดตั้งเครื่องดังกล่าว ณ ศูนย์ไปรษณีย์อีก 7 แห่ง รวมเป็น 9 เครื่อง ซึ่งเมื่อใช้งานอย่างเต็มระบบจะสามารถรองรับปริมาณงานได้ 60,000,000 ชิ้นต่อเดือน

 

อ่านข่าว เตือนภัยเบอร์โทรพัสดุโรคจิตรังควาน

 

               ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย มีแผนในการติดตั้งเครื่องคัดแยกตามศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ โดยในปี พ.ศ.2563 ที่จะติดตั้งเครื่อง Cross Belt Sorter เพิ่มตามศูนย์ไปรษณีย์อีก 7 แห่ง ณ ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา ศูนย์ไปรษณีย์ลำพูน ศูนย์ไปรษณีย์ทุ่งสง ศูนย์ไปรษณีย์ขอนแก่น ศูนย์ไปรษณีย์พิษณุโลก และศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ เพิ่มอีก 1 เครื่อง

 

รับอีคอมเมิร์ซ ปณท ตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุ 6.5 ล้านชิ้น

 

               ซึ่งยังมีแผนที่จะติดตั้งอย่างต่อเนื่องที่ศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ ให้ครบ 18 เครื่อง ภายในปี พ.ศ.2566 ที่จะรองรับปริมาณงานกว่า 120 ล้านชิ้นต่อเดือน

 

               รูปแบบการทำงานของ Cross Belt Sorter นั้น นับว่าเป็นเครื่องคัดแยกสิ่งของที่ทันสมัยที่สุดในโลก เนื่องจากใช้การคัดแยกแบบสายพาน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและคุณภาพในกระบวนการคัดแยก โดยใช้ระบบสแกนบาร์โค้ดด้วยเครื่องอ่านรหัสไปรษณีย์แบบ OBR (Optical Barcode Recognition) ที่สามารถอ่านรหัสไปรษณีย์ 5 มิติ

 

               และการอ่านรหัสไปรษณีย์บนจ่าหน้า รวมทั้งการลำเลียงโดยสายพานอัตโนมัติเพื่อลงสู่ช่องคัดแยกปลายทางก่อนบรรจุลงในอุปกรณ์สำหรับส่งต่อไปยังที่ทำการปลายทางต่อไปในแต่ละพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

 

รับอีคอมเมิร์ซ ปณท ตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุ 6.5 ล้านชิ้น


อ่านข่าว ปณท.พร้อมชดใช้ ลงโทษคนทำผิด

 

               การนำเครื่อง Cross Belt Sorter มาใช้ในช่วงนี้เพื่อรับมือปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่าจะเติบโตจากปีที่แล้ว 10% สอดรับการสำรวจของ ETDA ที่ระบุว่า มูลค่าตลาดธุรกิจ e-Commerce ปี พ.ศ.2561 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี และคาดว่าจากนี้จนถึง พ.ศ.2565 e-Commerce ไทยจะเติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 22%

 

               งานขนส่งโลจิสติกส์จึงเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนการค้าขายออนไลน์ ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณสิ่งของที่เข้าสู่ระบบจะเพิ่มสูงขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงเริ่มการติดตั้งเครื่องคัดแยกสิ่งของให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศและพัฒนาระบบการคัดแยกส่งต่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

 

รับอีคอมเมิร์ซ ปณท ตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุ 6.5 ล้านชิ้น

 

               “ในปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของไปรษณีย์ไทย ทั้งเรื่องการยกระดับคุณภาพมาตรฐานบริการ EMS “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้วันรุ่งขึ้น” การขยายเวลาให้บริการ 24 ชั่วโมง 365 วัน แคมเปญ “EMS ท้าส่ง”

 

               และล่าสุดได้นำเครื่อง Cross Belt Sorter มาใช้งานที่ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ อีกทั้งยังมีแผนที่จะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้โครงข่ายของไปรษณีย์แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในการรองรับการเติบโตของ e-Commerce

 

               และตอกย้ำความพร้อมการเป็นการเป็นฟันเฟืองหลักด้านโลจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและธุรกิจ e-Commerce ของไทย” นายกาหลง กล่าวสรุป