ข่าว

กรมอุตุโลกทำนายปี52ร้อนติดอันดับ5

กรมอุตุโลกทำนายปี52ร้อนติดอันดับ5

09 ธ.ค. 2552

โคเปนเฮเกน-กรมอุตุโลกทำนาย ปี 2552 จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับ 5 เท่าที่เคยมีการจดสถิติมา ขณะที่หลายส่วนของโลกมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติในปีนี้

 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประกาศในที่ประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันอังคาร (8 ธ.ค.) ว่า ปี 2552 ถือเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 แถมทศวรรษนี้ยังมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นทศวรรษที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติกันในทศวรรษที่ 1850 เลยทีเดียว

 ดับเบิลยูเอ็มโอกล่าวว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติในปีนี้ มีเพียงทวีปอเมริกาเหนือเท่านั้นที่มีเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้มีอุณหภูมิเย็นกว่าค่าเฉลี่ย

 ดับเบิลยูเอ็มโอตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในปีนี้เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้นในอินเดียช่วงเดือนพฤษภาคม และทางเหนือของจีนในเดือนมิถุนายน โดยบางพื้นที่ของจีนถึงกับเผชิญกับปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว ส่วนออสเตรเลียที่ปีนี้เจอไฟป่ารุนแรงไปหลายรอบนั้นก็เจอกับอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 3 นอกจากนี้ อากาศร้อนจัดยังเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม และรุนแรงกว่าเดิมทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ด้วย

 ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์อุณหภูมิโลกนั้นอ้างอิงชุดข้อมูลอิสระ 3 ชุด ได้แก่ ข้อมูลจากศูนย์สภาพอากาศแฮดลีย์และศูนย์วิจัยสภาพอากาศของมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลียในอังกฤษ ข้อมูลจากองค์การนาซา และข้อมูลจากคณะกรรมการชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติสหรัฐ

 อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งเกิดเรื่องอื้อฉาว แฮ็กเกอร์ได้เจาะระบบเข้าไปล้วงข้อมูล และอีเมลส่วนตัวของนักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์สภาพอากาศของมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลียออกมาแฉว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือระดับโลกกลุ่มหนึ่งได้แอบคุยกันอย่างลับๆ เรื่องความพยายามปรับแต่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อนให้เลวร้ายกว่าความเป็นจริง

 ล่าสุด เรื่องอีเมลรั่วนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นในที่ประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องโลกร้อนในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก แล้ว โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมต่างแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้ออกมาเพราะเกรงว่าจะทำให้มีการผลักภาระเรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาให้ประเทศยากจน

 อย่างไรก็ตาม นายราเชนทรา พาชอรี ประธานคณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (ไอพีซีซี) และคณะทำงานของเขาได้ออกมาปกป้องเรื่องที่คนพากันสงสัยว่าภาวะโลกร้อนเป็นการสมคบคิดกันของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก โดยบอกว่ารายงานต่างๆ ของไอพีซีซีนั้นเป็นผลงานของผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศจากทั่วโลกถึง 2,500 คนจึงเป็นผลงานที่ครอบคลุมในวงกว้าง ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน