ข่าว

คลังเล็งเก็บภาษีเครื่องดื่มชา-กาแฟ

คลังเล็งเก็บภาษีเครื่องดื่มชา-กาแฟ

06 มี.ค. 2552

คลังเตรียมเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มชา กาแฟ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ชี้ทำลายสุขภาพ คาดปีนี้กวาดภาษีบาปได้ 3 หมื่นล้าน ยืดเวลาสอบสวนเก็บภาษีซานติก้า 30 วัน

นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้ากลุ่มที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มสำเร็จรูปประเภทชา กาแฟและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพื่อชดเชยรายได้ของรัฐบาลที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยจะเชิญผู้ประกอบการสินค้าทั้ง 3 ประเภทเข้ามาหารือถึงแนวทางการจัดเก็บที่ทุกฝ่ายยอมรับ
 ทั้งนี้ การเก็บภาษีของสินค้าประเภททำลายสุขภาพนั้น กรมสรรพสามิตสามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านการออกประกาศเป็นกฎกระทรวง และจากการประเมินการจัดเก็บรายได้ภาษีบาปที่จะดำเนินการครั้งใหม่นี้ จะทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีในส่วนนี้เพิ่มขึ้นทันที 3 หมื่นล้านบาทในปีนี้
 “ได้ให้แนวทางในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในภาษีบาป หรือ SIN TAX โดยเน้นในกลุ่มที่เป็นสินค้าทำลายสุขภาพและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะที่เป็นเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องและขวดที่วางจำหน่ายตามตู้ในร้านค้าทั่วไป จะทำให้ระบบจัดเก็บมีความชัดเจนและรอบคอบมาก ซึ่งจะขอหารือกับผู้ประกอบการก่อนประกาศเป็นกฎกระทรวง” นพ.พฤฒิชัยกล่าว
 ส่วนผลการตรวจสอบการเสียภาษีสรรพสามิตของซานติก้าผับนั้น นายสถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลังและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ได้ยื่นจดหมายชี้แจงว่าอำนาจในการตรวจสอบมีจำกัดไม่สามารถเรียกผู้เกี่ยวข้องที่เป็นบุคคลภายนอกเข้ามาสอบสวนได้ และระยะเวลาในการตรวจสอบ 15 วันกระชั้นเกินไป จึงขอให้พิจารณาทบทวนการสอบสวนเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้ขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวนด้วยและยังเพิ่มอำนาจในการเรียกตัวบุคคลภายนอกเข้ามาให้ข้อมูลได้เพิ่มขึ้น
 “ระหว่างที่คณะกรรมการชุดนายสถิตย์ดำเนินการนั้น กรมสรรพสามิตก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาด้วยเช่นกัน ซึ่งในระยะเวลา 30 วันทุกอย่างจะต้องมีความชัดเจนว่าจะเก็บภาษีซานติก้าผับหรือไม่ และมีใครบ้างที่จะต้องรับผิดชอบการเลี่ยงภาษีที่เกิดขึ้นครั้งนี้” นพ.พฤฒิชัยกล่าว