ข่าว

นักเรียนใช้เศษแก้วปาดคอเพื่อนสาหัส คุกไม่เกิน 2 ปี

นักเรียนใช้เศษแก้วปาดคอเพื่อนสาหัส คุกไม่เกิน 2 ปี

22 ธ.ค. 2562

รองโฆษก ตร. เผยจะเชิญตัวนักเรียน ย่านปทุมธานี ใช้เศษแก้วปาดคอเพื่อนบาดเจ็บสาหัส มารับทราบข้อกล่าวหา โทษจำคุกไม่เกิน 2ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

 

 

          จากกรณีคดีทำร้ายร่างกาย จากกรณีที่โลกออนไลน์ ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาคนหนึ่ง ใช้เศษแก้วแตกเป็นปากฉลาม ปาดคอเพื่อนนักเรียนด้วยกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ว่า ผู้เสียหาย อายุ 18 ปี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยม โรงเรียนเดียวกัน เนื่องจากได้ทำร้ายร่างกายโดยใช้ขวดที่แตกเป็นปากฉลาม ตบเข้าที่คอข้างขวาของผู้เสียหาย ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลปทุมธานี และมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 

          สำหรับประเด็นที่สื่อให้ความสนใจ จากกระแสในโลกโซลเชียลที่ว่า พนักงานสอบสวน ทำเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้นั้น ขอเรียนว่า ตั้งแต่วันที่พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว พร้อมทั้งยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งพนักงานสอบสวนยังคงต้องรอสอบปากคำแพทย์โรงพยาบาลปทุมธานี ที่ทำการรักษาและชันสูตรบาดแผลการถูกทำร้ายร่างกาย ประกอบกับต้องสอบปากคำประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์รายอื่นๆ ด้วย    

 

          ในส่วนผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถทำการพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว โดยพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียก หรือ เชิญตัว เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น ในความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 295 

 

          รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวน ในการอำนวยความยุติธรรม ประชาชนที่มาติดต่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษโดยตลอด ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม นับตั้งแต่ชั้นสืบสวนสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือ พยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหา ตลอดจน การสอบปากคำให้สิ้นกระแสความทุกประเด็น เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยในคดีและการเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน