
เท่าไหร่เหมาะสม? ลุงหอย
กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม เป็นต้นไป
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ บรรดายอดนักกีฬาจากชาติสมาชิกอาเซียนจะได้พิสูจน์ความเป็นยอดฝีมือทางการกีฬา
แน่นอนว่าในส่วนของไทย ตำแหน่งเจ้าเหรียญทองคือเป้าหมายสูงสุด แต่จะไปถึงหรือไม่ต้องติดตาม เพราะจากกระแสที่ถูกจุดนับแต่ฟุตบอลชายไทยเปิดสนามถูกเวียดนามไล่ตีเสมอด้วยจุดโทษปัญหา และตลอดเกมดูเหมือนว่าการตัดสินของกรรมการชาวอินเดีย จะดูไร้ความปรานีกับนักเตะไทย
กระทั่ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ต้องออกโรงมาให้ข่าวกำชับนายกสมาคมกีฬาทุกแห่งที่ได้สิทธิ์ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันซีเกมส์หนนี้ ไปกำกับดูแลชนิดกีฬาของตัวเองอย่างใกล้ชิดถึงขอบสนามเป็นดีที่สุด
เพราะกลัวซีเกมส์จะกลายเป็นซีโกง
ที่หวังเอาไว้ 100 เหรียญทอง เพื่อตำแหน่งเจ้ายุทธจักรกีฬาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจไปไม่ถึงดวงดาว เพราะกรรมการเป็นพิษ
ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ ที่อย่างน้อยหากไม่ใช่นายกสมาคม ก็ควรจะเป็นเลขาธิการสมาคม หรือกรรมการบริหาร ที่มีพลังอำนาจการต่อรอง หรือเป็นประเภทกรรมการผู้ตัดสินนานาชาติให้ความยำเกรง ช่วยไปนั่งค้ำถ่อเอาไว้ก่อน
ขณะเดียวกันฟุตบอล กีฬาความหวัง กีฬายอดนิยม เท่าที่ผมติดตามข่าว ดูเหมือนว่าจะอุดมไปด้วยปัญหา ทั้งทีมชายและทีมหญิง ที่บรรดานักเตะนัดหมายกันมาได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า แถมข่าวโค้ชชาวบราซิลของฟุตบอลหญิง ยังไปมีเรื่องขอบสนามเข้าอีก เหมือนจะเป็นผีซ้ำด้ามพลอยหรือเปล่าไม่ทราบ
แต่ที่แน่นอนถ้าฟุตบอลไม่ได้เหรียญทองกลับมา คงเป็นขี้ปาก ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปอีกเยอะ เพราะเท่าที่ผมสดับรับฟังมา ในส่วนทีมชายนักเตะชุดนี้ไม่เป็นสองรองใคร และดูจะดีกว่าหลายชาติ ดังนั้นถ้าวืดแชมป์ บรรดาเกจิบอลไทยเขาบอกว่า "สตีฟ ดาร์บี้" รับไปเต็มๆ ขณะที่ฟุตบอลหญิง เส้นทางสู่แชมป์อาจเหนื่อย เพราะมีทั้งเวียดนามที่ส่งทีมไปชุบตัวถึงญี่ปุ่น เป็นก้างชิ้นโต โอกาสจึงบอกว่า 50-50
ซึ่งเมื่อกล่าวถึงฟุตบอล ผมอยากขอไถลไปถึงฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ที่ตอนนี้มีข่าวให้วิจารณ์กันถึงความเหมาะสม หรือเหตุผลจากการเพิ่มโควตานักเตะต่างชาติจะให้ลงสนาม 5 หรือ 6 คน เรื่องนี้ถ้าถามผม คงต้องขอตอบเป็น 2 ประเด็น นั่นคือ ไม่เห็นด้วย หากมาตรฐานนักเตะต่างชาติยังไม่ได้หนีนักเตะไทย ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้เราควรเปิดโอกาสให้เด็กไทยดีกว่า เพราะอย่างน้อยนี่คือเวทีขัดเกลาความแข็งแกร่งในการขึ้นไปสู่ทำเนียบทีมชาติ แต่ถ้าวันใดเรามีนักเตะระดับเกรด เอ หรือเกรด บี ของโลกลูกหนังขึ้นมาจริงๆ ผมไม่ขัดครับ เพราะนี่คือประโยชน์ที่เด็กจะได้เรียนรู้
วันนี้ผมจึงสรุปได้ว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มนักเตะต่างชาติ แต่แม้แต่เอเอฟซี ยังคงยืนที่กฎ 3+1 และที่สำคัญลีกไทยแข็งแกร่ง ทีมชาติแข็งแกร่ง จะเป็นไปไม่ได้ ถ้าทั้งลีกมีแต่ต่างชาติ



