
พัฒนา หรือ แสวงประโยชน์? ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน
แม้ขณะนี้ จุดสนใจในวงการกีฬา รวมไปถึงข่าวคราวความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยทั้งหมด จะพุ่งเป้าไปที่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีมฟุตบอลชาติไทย ที่ลงสนามไปแล้ว 2 นัด แต่ภายในประเทศของเรายังมีข่าวและกระแสข่าวการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2010 ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะการเสริมทีม ซื้อขายตัวผู้เล่น และความพร้อมของทีมต่างๆ
ช่วงระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวออกมาเป็นระลอกว่า ฤดูกาลหน้า ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก จะอนุญาตให้ส่งผู้เล่นต่างชาติลงสนามได้ถึง 5 คน แถมล่าสุดอาจจะถึง 6 คนด้วยซ้ำ โดยข่าวนี้ออกมาจาก บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด บ้าง ออกมาจากผู้บริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยบ้าง ซึ่งผมคิดว่า จะต้องขอเขียนถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะร่างออกมาเป็นกฎกติกาการแข่งขัน ฤดูกาล 2010 เพราะเกรงว่าออกกฎนี้ และประกาศออกมามาจริงๆ พวกท่านจะกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็น สโมสรสมาชิก, แฟนบอล, เกจิลูกหนัง และคอลัมนิสต์ เนื่องจากกฎนี้ไม่ได้ช่วยส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลของประเทศแม้แต่น้อย
หากกฎระเบียบนี้ออกมาจริงๆ ผมมั่นใจว่าแต่ละทีมต้องส่งนักเตะต่างชาติลงสนามเต็มอัตราศึก 5-6 คน เพื่อทำทุกวิถีทางให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น และเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ หมายความว่า นักเตะไทยจะโดนเบียดหายไปครึ่งทีม นักเตะฝีเท้าดีจะถูกแย่ง “โควตา” โดยนักเตะต่างชาติ ลองคิดดูนะครับ ทีมในไทยลีกมี 16 ทีม ระดับดิวิชั่น 1 มี 16 ทีม และทีมในระดับดิวิชั่น 2 มีกว่า 50 ทีม นักเตะเยาวชนฝีเท้าดีใน “กลุ่มนี้” จะไปอยู่ที่ไหน
หากนักเตะกลุ่มนี้ไม่มีโอกาสได้ลงเล่น และพัฒนาฝีเท้าในลีกอาชีพระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แล้วเราจะหานักเตะฝีเท้าดีๆ ผลักดัน เพื่อก้าวเข้าไปสู่ทีมชาติไทยในทุกๆ ระดับได้อย่างไร ที่ผ่านมาทีมชาติไทยของเราก็มีตัวเลือกน้อยอยู่แล้ว ถ้ากฎนี้ออกมา ทีมชาติไทยก็จะมี “ตัวเลือก”น้อยลงไปอีก รวมไปถึง เรื่องเงินค่าจ้างของนักเตะต่างชาติด้วย ที่ประเทศไทยต้องเสียเงินค่าจ้าง “มหาศาล” ทั้ง เงินเดือน เงินกินเปล่า เงินโบนัส เงินค่านายหน้า ฯลฯ
ให้นักเตะและนายหน้าเหล่านี้ ซึ่งแต่ละปี ลองนั่งคิดดูซิครับว่า น้อยซะที่ไหน
นอกจากนี้ จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ระหว่างนักเตะต่างชาติและนักเตะไทยอย่างแน่นอน แรกๆ ก็ดี แต่พอเวลาเนิ่นนานไป นักเตะต่างชาติเหล่านี้จะตั้งแก๊ง “แยกวง” ไม่ยอมส่งบอลให้นักเตะไทย หรือ บางทีในขณะซ้อม อาจจะมีการกระทบกระทั่งหรือเกินเลยไปถึงขั้นลงไม้ลงมืออีกต่างหาก ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนะครับในวงการฟุตบอลไทย (นักเตะไทยก็น้อยใจ หาว่านักเตะต่างชาติได้เงินมากกว่า ส่วนนักเตะต่างชาติก็วางท่าจนน่าหมั่นไส้)
ผมคิดว่า “กฎ 3+1” คือนักเตะต่างชาติ 3 คน และนักเตะจากทวีปเอเชียอีก 1 คนลงสนามได้ ก็ดีอยู่แล้ว จะมาเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ทำไม มีเหตุผลอะไรรองรับ มีข้อดีอย่างไร หรือเป็นเพราะว่า มีใครได้ประโยชน์จากกฎใหม่



