ข่าว

“แม่ศิวรักษ์”ขอ“แม้ว-จิ๋ว”ประสานขออภัยโทษ

“แม่ศิวรักษ์”ขอ“แม้ว-จิ๋ว”ประสานขออภัยโทษ

09 ธ.ค. 2552

“สิมารักษ์” แถลงร่อนหนังสือถึง “แม้ว-บิ๊กจิ๋ว” ประสานขอพระราชทานอภัยโทษ ลั่น ขอพึ่งเครือข่ายเพื่อไทยทางเดียว ไม่พึ่งกระทรวงการต่างประเทศ อ้าง หวั่นทำเรื่องอภัยโทษซ้ำซ้อน

(9ธ.ค.) นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศกรชาวไทย โฟนอินเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมแถลงข่าวถึงกรณีที่นายศิวรักษ์ ถูกศาลกัมพูชาตัดสินให้จำคุก 7 ปี และปรับ 10,000,000 เรียล หรือเป็นเงิน 1 แสนบาท ในข้อหาจารกรรมข้อมูลลับ โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือสำเนาคำพิพากษาของศาลแล้ว และตนได้รับมอบหมายจากพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย รวมทั้งนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหัวหน้าทีมประสานระหว่างฝ่ายกฎหมายกับฝ่ายต่างประเทศ เพื่อทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงสมเด็จฮุน เซน ให้ขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์

 จากนั้นนางสิมารักษ์ได้แถลงเปิดใจว่า เมื่อได้ฟังคำพิพากษาของศาล นายชุติพงษ์ต้องถูกจำคุก 7 ปี ถูกปรับ 1 แสนบาทไทย ก็แทบจะช็อก ถือเป็นความเลวร้ายที่สุดของครอบครัว อย่างไรก็ตามครอบครัวเราอยากขอขอบคุณรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศทุกคน ที่พยายามช่วยเหลือทุกทาง จนทราบคำพิพากษาว่าลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี ทั้งที่ลูกไม่ใช่ผู้กระทำผิด จึงอยากขอกระทรวงต่างประเทศว่าจากนี้ไปจะขอรับความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และทางพรรคเพื่อไทย เพียงทางเดียว เนื่องจากระทรวงต่างประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกับสมเด็จฮุน เซน มาโดยตลอด ดังนั้นการติดต่อสื่อสารที่ผ่านมาจึงมีอุปสรรคอย่างมาก อยากขอร้องว่าระยะนี้ขอให้ช่วยชะลอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เรื่องยืดยาวต่อไปอีก ตนทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย มีความสัมพันธ์กับกัมพูชาดีกว่า ดังนั้นเพื่ออิสรภาพของลูกเหนือสิ่งอื่นใดที่สุด จึงต้องเลือกพึ่งบารมีพล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ไม่อยากให้คิดเกินเลยไปว่าใครได้หรือเสียหน้า คนที่เสียที่สุดคือนายศิวรักษ์ ต้องเสียอิสรภาพ ชื่อเสียง หน้าที่การงาน รวมทั้งแม่และน้องชาย ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย

 นางสิมารักษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ได้ฟังข่าวจากโทรทัศน์และได้ยินเจ้าหน้าที่ทางการไทยคนหนึ่ง ออกมาระบุว่านายศิวรักษ์คือคนไทยคนหนึ่งที่ไปก่อเหตุในต่างแดน รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนี้มาก ลูกเป็นผู้ก่อเหตุอย่างนั้นหรือ หากนายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา ไม่โทรศัพท์ไปหานายศิวรักษ์ คำพูดแค่ 2-3 ประโยคว่า เช็คให้หน่อย ผลที่ออกมาคือลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี มันไม่คุ้มกันเลย หากนายคำรบ หรือผู้ที่อยู่เหนือกว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษ นายคำรบต้องออกมารับผิดชอบกับการกระทำของคุณด้วย อย่าปกป้องผู้ทำผิด โดยปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษถึง 7 ปี สังคมจะได้รู้ความจริงว่า ที่วันนี้ไม่มีชื่อนายคำรบและอาชีพของนายคำรบ ทำให้ได้กลับมาประเทศไทยได้อยู่อย่างสุขสบาย ในขณะที่นายศิวรักษ์ต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นโดยลำพัง ที่คุมขังไม่มีแอร์ อาหารไม่อร่อย

 นางสิมารักษ์ กล่าวด้วยว่า อยากขอบคุณพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยพูดว่าจะช่วยนายศิวรักษ์แม้จะคิดร้ายต่อท่าน แต่นายศิวรักษ์ไม่เคยคิดร้ายกับท่านเลย การที่ท่านไม่ติดใจถือเป็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของครับครัวของเราที่ท่านเมตตา ส่วนพล.อ.ชวลิตเป็นยิ่งกว่าญาติที่ออกมาช่วยเหลือครอบครัว แต่บางคนไม่ช่วยอะไรแต่ออกมาขวางความมีน้ำใจของพล.อ.ชวลิต ซึ่งท่านเป็นชาวนครพนมเหมือนกัน เป็นผู้ปิดทองหลังพระมาตั้งแต่ต้น ตนไม่เคยได้แจ้งให้ใครทราบมาก่อนว่าพล.อ.ชวลิตบอกกับตนว่าอยากให้รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือก่อนแล้วท่านจะคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งงานนี้รัฐบาลต้องช่วยอยู่แล้วเพราะสาเหตุมาจากนายคำรบ

 “ไม่มีแม่คนไหน ยอมเอาลูกตัวเองไปเสี่ยงกับสถานการณ์เลวร้ายนี้ เอาลูกไปติดคุกเพื่ออะไรแค่คิดก็ถือว่าเลวสุดๆแล้ว ออกไปสร้างละคร ไปสร้างสถานการณ์แล้วครอบครัวเราได้อะไร ลูกนอนอยู่ในคุกแล้วแม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ อยากขอร้องว่าสิ่งที่แม่พูดมาจากใจจริง เราคนไทยด้วยกันช่วยคนไทยด้วยกันดีกว่า อย่ามัวขัดแย้งกันเลย อย่างน้อยก็เพื่ออิสรภาพของนายศิวรักษ์ ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากทุกคน” นางสิมารักษ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นางสิมารักษ์รู้จักพล.อ.ชวลิต กับพ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อนหรือไม่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า กับพ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว สามีเคยอยู่ในวงการเล็กๆด้วยกันมาก่อน ส่วนพล.อ.ชวลิต ทราบมาตั้งแต่ต้น เป็นอดีตส.ส.นครพนม จึงเหมือนกับญาติ ส่วนจะให้นายคำรบรับผิดชอบอย่างไร นางสิมารักษ์ กล่าวว่า รับผิดชอบทุกอย่างที่นายศิวรักษ์ต้องเสียอิสรภาพไป ตลอดเวลาที่ถูกจองจำในเรือนจำ จะรับผิดชอบอย่างไรได้บ้าง ออกมาเปิดเผยหรือยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายได้ไหม 2-3 นาทีที่คุยกัน ผลลัพธ์มันตรงกันข้าม มันสาหัสมากๆ จะช่วยเราอย่างไรได้บ้างเพื่อให้นายศิวรักษ์ได้ยืนบนสังคมได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยทำผิดใดๆทั้งสิ้น หากนายคำรบไม่รับผิดชอบอะไร เราก็ไม่เคยคิดร้ายหรือแก้แค้นกับใคร แต่อย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องของความสุภาพบุรุษ

 เมื่อถามว่าได้ฟังเทปการสนทนาระหว่างนายศิวรักษ์กับนายคำรบหรือไม่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ทุกคำพูดที่นายศิวรักษ์ให้การต่อศาลเป็นระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมงนั้นคือความจริงที่สุด เทปไม่มี ส่วนกรณีที่ขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจัดฉากเรื่องนี้ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ได้พูดไปแล้วตอนต้น การจัดฉากหรืออะไรก็ดี คนเป็นแม่จะยอมหรือที่ให้ลูกเป็นฉากหนึ่งในนั้น หัวอกคนเป็นแม่จะยอมหรือที่จะให้ลูกเป็นฉากของใครเพราะมันไม่ใช่ความสุขเลย

 สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือนั้น นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ แต่ตอนนี้ขอความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิตก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้น่าจะดีกว่า แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่สถานการณ์ขณะนี้ขอรับความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยก่อนดีกว่า ส่วนกระทรวงต่างประเทศพร้อมขอพระราชทานอภัยโทษให้ด้วย จะรับการช่วยเหลือนั้นหรือไม่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วย ยังไม่ขอรับ เนื่องจากกำลังหารือกับทนายเพื่อดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วที่สุด หากขอพระราชทานอภัยโทษซ้อนกันอาจเกิดปัญหาได้ ก็ต้องขอบคุณกระทรวงต่างประเทศ แต่ขอรับความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิตก่อน ส่วนนางสิมารักษ์จะกลับประเทศไทยเมื่อไหร่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ขอดูการจัดทำการขอพระราชทานอภัยโทษก่อน ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย เราขอรับผิดและจะไม่อุทธรณ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่นางสิมารักษ์ ณ นครพนม ทำส่งมายังพรรคเพื่อไทย 2 ฉบับนั้น เป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ประสานงานในการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ โดยมีเนื้อหาเหมือนกันทั้ง 2 ฉบับว่า “เนื่องด้วยดิฉัน นางสิมารักษ์ ณ นครพนม อายุ 57 ปี อาชีพรับราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นมารดาของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พนักงานของบริษัท กัมพูชา แอร์ทราฟฟิก เซอร์วิส วิศวกรคนไทยที่ถูกควบคุมตัว ณ เรือนจำเปรซอร์ และได้รับคำพิพากษาลงโทษให้จำคุกเป็นเวลา 7 ปี ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมตารางการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความประสงค์เพื่อขอความเมตตาจากท่านในการเป็นผู้ประสานงานกับทางประเทศกัมพูชา ในการขอพระราชทานอภัยโทษ

 ซึ่งดิฉันมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวลูกของดิฉันว่า มิได้ตั้งใจกระทำความผิดใดๆ แต่อาจเป็นความพลาดพลั้งหรือตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นกระทำการดังกล่าวไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้