ข่าว

"วีระชัย”ปรามก๊วนไล่อย่ากดดันนายกฯ

"วีระชัย”ปรามก๊วนไล่อย่ากดดันนายกฯ

09 ธ.ค. 2552

“วีระชัย” ไม่ออก ปรามก๊วนไล่อย่า “กดดันอภิสิทธิ์" ให้นายกฯตัดสินปรับครม. บอก สาเหตุบ้านเมืองแตกแยก เพราะคนพูดมากกว่าทำ ทำนายถ้าปล่อยความคิดแตกต่างสุดท้ายจะรุนแรง

(9ธ.ค.) เวลา 10.30 น. นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ว่า ไม่คิดอะไรมาก ตราบใดที่ได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี ตนก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนตัวแล้วพอใจในผลงานตัวเอง ส่วนถ้าจะปรับครม.ขอให้เป็นการตัดสินของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว สิ่งที่ดีที่สุดคือให้นายกฯทำงาน ทุกคนไม่ควรกดดันท่าน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมท่านจะตัดสินเอง ที่ผ่านมาก็ได้พูดคุยกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า ให้น้ำหนักกับเสียงกดดันของนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แค่ไหน นายวีระชัย กล่าวว่า ตนรับฟังไม่ว่าจะคนในหรือนอกพรรค คนที่ทำงานกับตนจะรู้จักนิสัยใจคอของตน เรื่องที่พูดมาถ้าควรปรับปรุงก็ปรับปรุงแต่ถ้าเข้าใจผิดก็ต้องชี้แจง ตนตั้งใจมาทำงานเต็มที่ส่วนนอกเหนือจากนั้นก็ไม่สนใจ นายกฯจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่เหตุผลของท่าน

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายนิพิฏ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาทวงเก้าอี้ นายวีระชัย กล่าวว่า อย่าบอกว่าทวงเลย แต่คนเราที่เป็นส.ส. 5-6 สมัยก็มีความพร้อม ส่วนตนก็อยู่ในการเมืองมานาน ตำแหน่งที่เป็นทางการในทำเนียบ 3 ครั้ง ไม่นับที่เคยอยู่ในกระทรวง ฉะนั้นถามถึงความพร้อมมันมีกันทุกคนอยู่แล้ว

 “การที่คนมาพูดอะไรนั้นทุกคนเป็นส.ส.ถือว่าวุฒิภาวะ มีอิสระ อยากจะพูดอะไรก็เป็นความเห็นที่ต้องนำมาพิจารณา ไม่ต้องเป็นถึงระดับผู้แทนระดับข้าราชการผมก็ฟัง คนที่จะมาให้กำลังใจผมมีเยอะ แต่ก็ห้ามไว้เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นไปกดดันนายกรัฐมนตรี ที่ดูเหมือนไม่มีผลงาน เพราะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นงานที่ไม่ได้สัมผัสกับประชาชน และอาจจะคุยกับสื่อน้อยเกินไปก็ได้” นายวีระชัย กล่าว

 ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเป็นนายทุนพรรคจึงไม่ถูกปรับนั้น นายวีระชัย แจงว่า เป็นนายทุนหรือไม่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจสอบอยู่แล้ว ตอนนี้ทุกท่านก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า  

 นายวีระชัย กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องความสามัคคี เพราะถ้าปล่อยให้บ้านเมืองเดินหน้าไปอย่างนี้ ความคิดเห็นของคนในสังคมมันแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น หน้าต่างที่จะเป็นช่องทางแก้ปัญหาก็จะเล็กลงไปเรื่อยๆ ถ้าไม่รีบทำให้ความแตกต่างกันแคบลง จะนำไปสู่ความรุนแรงได้

 “เชื่อว่านายกรัฐมนตรีพยายามจะแก้ปัญหาและขณะนี้ก็เดินมาถูกทางแล้ว แต่ปัจจัยต่างๆที่รอบตัวอยู่ ไม่เอื้ออำนวย ถ้านานเข้าๆ จะแก้ปัญหายาก พอถึงจุดๆหนึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรง ฉะนั้นทางออกในเบื้องต้นวันนี้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะรัฐบาลหรือทุกฝ่ายต้องช่วยกันพูดให้น้อยๆลง ต้องช่วยกันทำมากกว่าพูด” นายวีระชัย กล่าว