
อบต.บางพลับยกระดับการศึกษา ทุ่ม 20 ล.สร้างอาคารเรียนพร้อมวัสดุอุปกรณ์ทันสมัย
นนทบุรี - อบต.บางพลับ ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท สร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้โรงเรียนวัดสาลีโข พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย เพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่ หลังถูกสบประมาทเด็กนักเรียนไม่มีคุณภาพ
นายอดุลย์ บุญสม นายก อบต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีโครงการส่งเสริมสนับสนุนโครงการศึกษาเรียนฟรีให้แก่ประชาชน โดยได้มอบหมายให้จังหวัดและหน่วยงานราชการทั้งภาครัฐและเอกชนรับไปดำเนินการนั้น ตนในฐานะนายก อบต.บางพลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาครัฐจึงได้นำแนวทางของรัฐบาลมาปฏิบัติตาม โดยเตรียมทำเรื่องของบสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อนำมาก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้โรงเรียนวัดสาลีโข แทนอาคารหลังเดิมที่ทรุดโทรม คับแคบ และมีอายุมากกว่า 50 ปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ ต.บางพลับ ที่มีเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าวยังสามารถช่วยรองรับปริมาณนักเรียนจากพื้นที่ใกล้เคียงได้อีกด้วย
นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า เดิมโรงเรียนวัดสาลีโขเคยได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการมาทำการสอนเด็กอนุบาลตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา 1-6 แบ่งออกเป็น 8 ห้องเรียน มีนักเรียนอยู่ประมาณทั้งหมด 170 คน และมีครูผู้สอนอยู่เพียงแค่ 5 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดูแลเด็กนักเรียนที่มีจำนวนมากได้ ทำให้โรงเรียนไม่มีความพร้อมในการดูแลเด็กนักเรียนเท่าที่ควร และเมื่อเด็กนักเรียนจบการศึกษาชั้นประถม 6 ของโรงเรียนไป ก็มักจะถูกมองว่าเด็กที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ค่อยมีคุณภาพ ตนเองจึงอยากพัฒนาให้โรงเรียนวัดสาลีโขมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยและมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเหมาะแก่การเรียนของเด็กนักเรียน และมีครูอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นครูผู้สอนความรู้ให้แก่เด็ก
ดังนั้นจึงทำเรื่องของบสนับสนุนจาก อบจ.นนทบุรี เป็นจำนวนเงิน 20 ล้านบาท เพื่อนำมาสร้างอาคารเรียนหลังใหม่แทนอาคารเรียนหลังเก่า โดยจะสร้างเป็นอาคารเรียนแบบมาตรฐาน 4 ชั้นแทนอาคารของเดิมที่ทรุดโทรม และมีเพียงแค่ 2 ชั้น พร้อมทั้งจะหาครูอัตราจ้างเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มให้เพียงพอต่อการให้บริการและเป็นการยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนวัดสาลีโขที่ อบต.บางพลับเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบอยู่ให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งสถานที่ การเรียน การสอน รองรับให้แก่ประชาชนในเขตชุมชนต่อไป



