
ชมสถิติสส.โดดประชุมแฉ33.5%สอบตก
ปชป." เปิดผลลงมติกม.ส.ส. แฉ 33.5 เปอร์เซ็นต์ สอบตกลงคะแนนไม่ถึง 50 ครั้ง ระบุชัด เพื่อไทย นำโด่ง ถึง 126 คน จตุพร" ติดโผ ลงแค่ครั้งเดียว เผย 8 ส.ส. ชัย-อภิวันท์-ตระกูลเทียนทอง ไม่เคยลงมติ ส่วน รมต.พบ ไพฑูรย์ รมว.แรงงาน ลงมติมากสุด 75 ครั้ง รองลงมาเป็น
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลการการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนิติบัญญัติ 2552 ระหว่างวันที่ 13 ส.ค- 25 พ.ย. ซึ่งมีจำนวนการลงมติในกฎหมายสำคัญๆ ทั้งสิ้น 100 ครั้ง ไม่รวมถึงการประชุมร่วมสองสภา พบว่า มีส.ส.ที่มาลงคะแนนทุกครั้ง พบว่ามีจำนวนส.ส.ที่ลงมติมากที่สุดครบทั้ง 100 ครั้ง มีทั้งสิ้น 58 คน หรือ 12.24 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนส.ส.ทั้งหมด 474 คน แบ่งเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 46 คน จากทั้งหมด 172 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 3 คน จาก 25 คน พรรคภูมิใจไทย 3 คน จาก 31 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 2 คน จาก 32 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 2 คน จาก 9 คน พรรคกิจสังคม 1 จาก 5 คน พรรคประชาราช 1 จาก 8 คน
นายบุญยอด กล่าวว่า ส่วนส.ส.ที่ไม่เคยลงมติเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีจำนวนทั้งสิ้น 8 คน ได้แก่ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา นางฟารีดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ พรรคมาตุภูมิ นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย รวมถึง ส.ส.ตระกูลเทียนทอง ทั้ง 3 คน คือ นายฐานิศร์ นางตรีนุช และนายเสนาะ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็มีติดมา 1 คน คือ นายทิวา เงินยวง ส.ส.กทม. ซึ่งป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งในส่วนของประธานสภาและรองประธานสภา หากมาดูถึงความเหมาะสมในความเป็นกลาง สามารถเทียบได้กับกรณีของนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน ที่ลงมติในร่างกฎหมายสำคัญ ถึง 11 ครั้ง จึงคิดว่าคนที่เป็นประธานสภาและรองประธานสภา น่าจะร่วมลงมติในกฎหมายได้ เมื่อไม่ได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
“จากการตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มส.ส.ที่สอบตกในการลงมติถึง 33.5 เปอร์เซ็นต์ หรือ 159 คน ถือเป็น 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด คือลงมติไม่ถึง 50 ครั้ง โดยแยกเป็นพรรคเพื่อไทย 126 คน หรือคิดเป็น 67 เปอร์เซ็นต์ พรรคภูมิใจไทย 7 คน หรือ 22 เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาธิปัตย์ 5 คน หรือ 3 เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาราช 6 คน หรือ 75 เปอร์เซ็นต์ พรรคเพื่อแผ่นดิน 6 คน หรือ 18.75 เปอร์เซ็นต์ พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน หรือ 16 เปอร์เซ็นต์ พรรคมาตุภูมิ 3 คน คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีส.ส.อยู่แค่ 3 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 2 คน หรือ 22 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่พรรคกิจสังคม ไม่มีส.ส.คนใดสอบตกเลย” นายบุญยอด กล่าว
นายบุญยอด กล่าวอีกว่า ในส่วนการลงมติของส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีด้วย พบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ลงคะแนนมากถึง 68 ครั้ง นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน 75 ครั้ง นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 70 ครั้ง อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐมนตรีที่ลงคะแนนน้อยส่วนใหญ่มากจากพรรคภูมิใจไทย โดยคนที่ลงมติน้อยที่สุดได้แก่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ที่ลงคะแนนเพียง 4 ครั้ง ตามด้วยนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ 7 ครั้ง นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 11 ครั้ง จึงอยากถามว่าทำไมถึงไม่มาประชุมสภาทั้งที่เป็นส.ส.ขอเรียกร้องให้เข้าประชุมสภามากกว่านี้ เพราะจำนวนครั้งของการลงมติของบุคคลเหล่านี้ ห่างจากนายกฯมาก
นายบุญยอด กล่าวว่า สำหรับส.ส.ที่น่าสนใจ พบว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ลงมติเพียง 1 ครั้ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่เคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ลงมติเพียง 1 ครั้งเช่นกัน ขณะที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ลงมติ 9 ครั้ง ร.ต.อ.เชาวริน ลัทธศักดิ์สิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยลงมติ 13 ครั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 38 ครั้ง นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน 71 ครั้ง นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร 15 ครั้ง หากเทียบกันนายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ป่วยต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ได้ลงมติถึง 88 ครั้ง ส่วนนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หรือ วอลล์เปเปอร์ ก็ลงมติถึง 88 ครั้งเช่นกัน ทั้งนี้ยอมรับว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนที่ลงมติน้อยมีอยู่หลายคน โดยเฉพาะส.ส.ที่มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีด้วยที่จะได้คะแนนต่ำเช่น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่ลงมติเพียง 41 ครั้ง นายอลงกณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ 38 ครั้ง จึงอยากบอกว่าผลการศึกษานี้คือข้อเท็จจริงอยากให้บุคคลดังกล่าว ได้เห็นข้อเท็จจริงและหันมาแบ่งเวลาให้กับการประชุมสภามากขึ้น
“สำหรับนายจตุพรที่จะออกไปเป็นแกนนำในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 10 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ แต่กลับทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยร่วมลงมติกฎหมายสำคัญเพียง 1 ครั้งเท่านั้น จึงอยากถามว่านายจตุพรรักประชาธิปไตยจริงหรือไม่ เหตุใดไม่มาทำหน้าที่ในสภา นายจตุพรรับเงินเดือนซึ่งมาจากภาษีของประชาชนเดือนละ 104,000 บาท เมื่อรวมกับเงินเดือนผู้ช่วยและที่ปรึกษาเป็นเดือนละ 174,000 บาท ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมานายจตุพรลงมติเพียงครั้งเดียว แสดงให้เห็นว่า การจะให้นายจตุพรลงมติกฎหมายใดสักฉบับหนึ่ง จะต้องใช้เงินถึง 696,000 บาท” นายบุญยอด กล่าว



