
รู้จัก 4 ทีมสุดท้ายศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2019
เดินทางมาถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายกันแล้วสำหรับฟุตบอลฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือที่รู้จักกันในนามศึกชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 ที่ในปีนี้จัดขึ้นในประเทศกาตาร์
สำหรับการแข่งขันในปีนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 7 สโมสร ประกอบด้วย ฟลาเมงโก (อเมริกาใต้), ลิเวอร์พูล (ยุโรป), อัล-ฮิลาล (เอเชีย), เอสเปแรนซ์ เด ตูนิส (แอฟริกา), มอนเตอร์เรย์ (อเมริกาเหนือ), เฮียนเกเน สปอร์ต (โอเชียเนีย) และอัล-ซาดด์ (ทีมจากประเทศเจ้าภาพ)
จนกระทั่งการแข่งขันได้เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศที่จะเปิดศึกกันในวันที่ 17 และ 18 ธันวาคมนี้พร้อม 4 ทีมสุดท้ายที่มีลุ้นครองตำแหน่งแชมป์สโมสรโลก ประกอบด้วย ฟลาเมงโก พบกับ อัล-ฮิลาล และลิเวอร์พูล พบกับ มอนเตอร์เรย์
โดยก่อนที่ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 รอบรองชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้น ทางทีมข่าวกีฬา “คม ชัด ลึก” ได้ทำการส่องความพร้อม รวมถึงเรื่องที่น่าสนใจของทั้ง 4 ทีมดังนี้
ฟลาเมงโก
ทีมแชมป์จากการแข่งขันฟุตบอลโคปา ลิเบอตาดอเรส คัพ สมัยล่าสุด หลังเอาชนะ ริเวอร์เพลท ไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1 ซึ่งถือเป็นแชมป์รายการดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปีของพวกเขา
สำหรับทีมดังจากบราซิลนี้ คือทีมเดียวในบรรดา 7 ทีมข้างต้นที่เคยได้แชมป์สโมสรโลกมาครอง ซึ่งก็ต้องย้อนไปเมื่อ 38 ปีก่อนสมัยที่ถ้วยนี้ยังใช้ชื่ออินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ โดยสามารถเอาชนะ ลิเวอร์พูล ที่มาเข้าร่วมแข่งขันในปีนี้เช่นกัน 3-1 ทำให้อาจจะมีการรีแมตช์ของคู่นี้เกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศก็เป็นได้
โดยคนที่ทำให้ ฟลาเมงโก สามารถยกระดับขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมคงจะหนีไม่พ้น จอร์จ เฆซุส กุนซือวัย 65 ปี ที่มีประสบการณ์คุมทัพมาอย่างโชกโชนในยุโรป ซึ่งเจ้าตัวใช้การผสมผสานของผู้เล่นวัยเก๋า กับดาวรุ่งได้อย่างลงตัว นำทีมโดย ดีเอโก อัลเวส, ฟิลิเป รุยซ์, ราฟินญา ไรเนียร์ และกาเบรียล บาร์โบซา จนทำให้ทีมไม่แพ้ใครติดต่อกันรวมทุกรายการกว่า 26 นัดรวดก่อนหน้านี้ จนทำให้พวกเขาถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่มีลุ้นคว้าแชมป์ในปีนี้ไปครอง
อัล-ฮิลาล
ยอดทีมจากซาอุดีอาระเบีย ที่มาลงเล่นในรายการนี้ในฐานะแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการเอาชนะ อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-0 พร้อมเป็นแชมป์เอเชียสมัยที่ 3 ของพวกเขาอีกด้วย
สำหรับ อัล-ฮิลาล ใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นแข้งทีมชาติซาอุดีอาระเบียซึ่งมีมากถึง 7 คนในทีม ผสมกับดาวเตะฝีเท้าดีจากต่างชาติ ทั้ง เซบาสเตียน โจวินโค อดีตแนวรุก ยูเวนตุส และทีมชาติอิตาลี, บาเฟติมบี โกมิส อดีตหัวหอกโอลิมปิก ลียง และทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึง กุสตาโว กูเอยาร์ กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย เป็นต้น
ขณะที่ในรายการนี้ลูกทีมของ ราซวาน ลูเชสคู โชว์ฟอร์มโดดเด่นหลังเอาชนะ เอสเปแรนซ์ เด ตูนิส 1-0 ในรอบสอง ซึ่งถึงแม้ว่าชื่อชั้นของพวกเขาจะดูเป็นรอง ฟลาเมงโก แต่ก็ประมาททีมแชมป์เอเชียสมัยล่าสุดไม่ได้อย่างแน่นอน
ลิเวอร์พูล
สำหรับ “หงส์แดง” ได้โอกาสกลับมาลงเล่นในรายการนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 ที่ทำได้แค่รองแชมป์เท่านั้นหลังอกหักพ่ายต่อ เซา เปาโล 0-1 ส่งผลให้ทีมแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยล่าสุดหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมากว่าจะคว้าโทรฟี่ดังกล่าวมาครองเป็นสมัยแรกให้ได้
สังเกตได้จากการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช “หงส์แดง” ได้ใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ยกพลมาลงสนามในรายการนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเแบร์โต ฟีร์มีโน และซาดิโอ มาเน ทั้งๆที่ก่อนหน้ารอบรองชนะเลิศเพียง 1 วันพวกเขามีโปรแกรมทำศึกคาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ แอสตัน วิลลา และให้ นีล คริตชลีย์ โค้ชทีมยู-23 ขึ้นมาคุมทัพในเกมดังกล่าวแทน และจะส่งผู้เล่นระดับเยาวชนลงสนามทั้งหมดอีกด้วย
นอกจากนั้นขณะนี้ ลิเวอร์พูล ยังมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมจากฟอร์มการเล่นที่สุดยอดด้วยการรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากสถิติไร้พ่ายหลังผ่านไป 17 เกม (ชนะ 16 นัดเสมอ 1 นัด) ทำให้พวกเขาถูกยกว่าคือเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์สโมสรโลกในปีนี้
มอนเตอร์เรย์
ด้วยดีกรีแชมป์คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย และเคยได้อันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์โลกเมื่อ 7 ปีก่อน ทำให้สโมสรจากเม็กซิโกทีมนี้ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์นี้
โดยพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจาก ดีเอโก อลอนโซ มาเป็น ริคาร์โด อันโตนิโอ โมฮาเหม็ด เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทว่าก็ไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวเพราะ โมฮาเหม็ด เคยคุมทีม มอนเตอร์เรย์ มาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงกระนั้นเรื่องผลงานในฤดูกาลนี้ยังไม่ค่อยเข้าตานักหลังจากอยู่ในอันดับ 11 ของลีก
ทว่านักเตะที่มีอยู่ในทีมต้องเรียกได้ว่าเป็นแข้งคุณภาพที่เชื่อว่าแฟนบอลคุ้นชื่อเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น วินเซนต์ แยนส์เซน อดีตกองหน้า ทอตแนท ฮอทสเปอร์ และทีมชาติฮอลแลนด์, มักซิมิลิอาโน เมซา อดีตปีกทีมชาติอาร์เจนตินา และมิเกล ลายุน แบ๊คซ้ายทีมชาติเม็กซิโก เป็นต้น
ส่วนในศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2019 พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยการเฉือนเอาชนะ อัล-ซาดด์ แบบหวุดหวิด 3-2 และโคจรมาดวลกับ ลิเวอร์พูล เต็งหนึ่งของรายการ ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่า มอนเตอร์เรย์ เป็นรองในทุกกระบวนท่า ถึงกระนั้นด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน ก็อาจเป็นหมัดน็อกส่ง “หงส์แดง” กลับบ้านในรอบนี้เลยก็เป็นได้
และทั้งหมดนี้คือ 4 ทีมที่เตรียมชิงชัยกันในศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2019 ซึ่งทีมใดจะคว้าแชมป์อันทรงเกียรติดังกล่าวไปครองทุกคนจะได้รู้พร้อมกันหลังจากรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 21 ธันวาคมนี้



