
จี้คลังคืนภาษีให้ขรก.เออร์ลี่ รีไทร์นายกฯหนุนออกประกาศยกเว้น
นายกฯ จี้กระทรวงการคลังยกเว้นภาษีเงินได้ให้ข้าราชการเข้าโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ พร้อมคืนภาษีที่หักไปหลังได้รับร้องเรียนไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ด้านสรรพากรรับลูก เร่งออกประกาศยกเว้นภาษีให้เร็วๆ นี้ แจงผู้ที่ถูกหักภาษีก่อนหน้านี้ขอคืนได้ในปีภาษี 52
นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังไปหาแนวทางการยกเว้นภาษีให้แก่ข้าราชการที่เข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลี่ รีไทร์) หลังจากได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมากว่ากรมสรรพากรได้หักภาษีเงินได้จากการเข้าโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ ทั้งที่ก่อนประกาศโครงการได้ยืนยันว่าจะไม่มีการหักภาษีแต่อย่างใด ทำให้ได้รับความเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังชี้แจงให้ทราบว่าขณะนี้ได้ออกประกาศกระทรวงเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้เข้าโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นตั้งแต่ปีภาษี 52 ที่เริ่มเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 เมษายน 2553 จะไม่ต้องเสียภาษีนี้อีกแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีสั่งกำชับให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการให้เรียบร้อยและให้เป็นไปตามประกาศกระทรวง รวมทั้งให้พิจารณาด้วยว่าจะหาแนวทางคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บไปแล้วในปีที่ผ่านมาหรือก่อนหน้านี้ได้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี เพราะเห็นว่าในเมื่อส่วนราชการได้ใช้เรื่องการยกเว้นภาษีมาเป็นแรงจูงใจเพื่อให้เข้าโครงการ ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เข้าโครงการด้วย
“นายกฯ แจ้งให้ ครม.รับทราบว่าที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามามากว่ากรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีเงินได้จากโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ จนทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่เป็นไปตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่ระบุไว้” นายภูมินทร์ กล่าว
ด้านนายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังจัดทำร่างประกาศการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลี่ รีไทร์) เพื่อเสนอให้กระทรวงการคลังออกเป็นประกาศบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ ส่วนผู้ที่เออร์ลี่ รีไทร์ และเสียภาษีไปก่อนหน้านี้ สามารถมายื่นขอคืนภาษีได้ที่กรม หรือรอขอคืนในการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2552 ที่จะยื่นเสียภาษีภายในเดือนมีนาคม 2553 ที่จะถึงนี้ก็ได้
ก่อนหน้านี้กรมกำชับเจ้าหน้าที่ให้แจ้งผู้ที่มาทำเรื่องชำระภาษีให้ทราบแล้ว โดยหากพบว่าเป็นกลุ่มข้าราชการที่เออร์ รีไทร์ กรมจะแจ้งล่วงหน้าว่าไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษีไปแล้ว โดยในกลุ่มข้าราชการที่เออร์ลี่ รีไทร์และได้รับการยกเว้นภาษีนั้น มีจำนวนไม่มากนัก แต่น่าจะมีผลทางจิตวิทยาสำหรับผู้ที่ได้รับเงินก้อนสุดท้ายมากกว่า
“จำนวนผู้ที่เออร์ลี่ รีไทร์นั้นมีไม่มากนัก เช่น กรมศุลกากรมีพนักงานกว่า 2 หมื่นราย แต่มีผู้ขอเออร์ลี่ รีไทร์กว่า 100 รายเท่านั้น แม้กรมสรรพากรจะยกเว้นภาษีให้ไป ก็ไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้แต่อย่างใด โดยในปีงบประมาณ 2553 นี้ กรมวางเป้าหมายการจัดเก็บภาษี 1.098 ล้านล้านบาทและน่าจะทำได้ตามเป้าหมาย” นายวินัย กล่าว



