ข่าว

คณะทูตานุทูตถวายพระพรชัยมงคล"ในหลวง"

คณะทูตานุทูตถวายพระพรชัยมงคล"ในหลวง"

08 ธ.ค. 2552

สมเด็จพระบรมฯเสด็จฯแทนพระองค์พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูตเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล "ในหลวง" นายกฯ มาเลย์-พสกนิกรชาวไทยลงนามถวายพระพรแน่นศิริราช นักศึกษาอินโดฯ เผยหลังเรียนรู้งานในโครงการหลวง เตรียมนำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด เน้นเรื่องเพาะพันธุ์ข้าว

 เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ลงแทนพระองค์ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูต ผู้แทนฝ่ายกงสุลต่างประเทศ และคณะผู้แทนองค์การระหว่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย

 หลังจาก พ.ท.สมชาย กาญจนมณี ปฏิบัติหน้าที่สมุหพระราชมณเฑียร กราบบังคลทูลพระกรุณาเบิกคณบดีคณะทูตเฝ้าฯ กราบบังคลทูลพระกรุณาถวายพระชัยมงคลจบแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราชดำรัสความว่า "ท่านเอกอัครราชทูต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้าออกรับท่านทั้งหลายแทนพระองค์ และแจ้งแก่ท่านทราบทั่วกันว่า ทรงขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างมาก ที่พรั่งพร้อมกันมาอวยพรวันเกิดด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต

 พร้อมทั้งแสดงความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาความสัมพันธ์อันดีที่มีอยู่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในประการนี้ทรงขอให้ท่านมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยมีนโยบายอันแน่นอนเสมอมา ที่จะรักษาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตร และให้ความร่วมมือกับประเทศผู้เป็นมิตรทั้งปวง ด้วยศรัทธาความเชื่อมั่นว่ามิตรไมตรีและการร่วมมือกัน โดยต่างฝ่ายต่างยกย่องนับถือกันโดยบริสุทธิ์ใจนั้น เป็นทางที่ดียิ่งทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้ประชาชาติทั้งมวลเข้าใจกัน ผูกสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิดสนิทสนม ซึ่งจะส่งผลให้ทุกหนทุกแห่งในโลก มีแต่ความผาสุกสงบและสันติภาพที่ทุกคนปรารภปรารถนาก็จะบังเกิดมีขึ้นได้ในที่สุด

 ท้ายที่สุด ได้ทรงอวยพรให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความสำเร็จ ในภาระหน้าที่ทุกอย่างทั้งขอให้ประเทศและประชากร ที่ท่านเป็นผู้อยู่ในราชอาณาจักรนี้มีความรุ่งเรืองไพบูลย์ตลอดไป"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสวมเสื้อสีชมพูเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมกับนำสิ่งของมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาศิริราช 100 ปี อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ขณะที่ประชาชนบางส่วนยังคงปักหลักเฝ้ารอการเสด็จฯ กลับพระตำหนักของพระองค์ท่าน

 เมื่อเวลา 10.30 น. เครือข่ายร้อยดวงใจต้านภัยเอดส์ จ.ชัยนาท จำนวน 20 คน มาลงนามถวายพระพร พร้อมกับนำโคมไฟแบบญี่ปุ่นและสิ่งของจากฝีมือของผู้ติดเชื้อเอชไอวี มาทูลเกล้าฯ ถวาย ขณะที่ พระครูวิทิตอรรถการ เจ้าอาวาสวัดโคกมะตูม อ.หนองแค จ.สระบุรี ร่วมกับศาลจังหวัดสระบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว และสำนักงานคุมประพฤติ จ.สระบุรี นำพระภิกษุและสามเณรที่ต้องคดีและถูกควบคุมความประพฤติ ซึ่งบวชถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา พร้อมกับนำพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงพระผนวช มาทูลเกล้าฯ ถวาย และร่วมลงนามถวายพระพร

 จากนั้น นายสันธนะ จันทร หัวหน้าสำนักงานกรมเจ้าท่า จ.นราธิวาส ร่วมกับคณะครู อาจารย์ โรงเรียนบ้านกูวา อ.แว้ง จ.นราธิวาส นำเรือกอและจำลองขนาดความยาว 50 เซนติเมตร ผลงานของนักเรียนมุสลิม พร้อมด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะประทับในเรือกอและ ภายในบึงสระบัวบ้านบากง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อครั้งเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรใน จ.นราธิวาส เมื่อปี 2526 และพระพุทธทักษิณ หน้าตักกว้าง 9 นิ้ว น้ำหนัก 9 กิโลกรัม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัดนราธิวาส มาทูลเกล้าฯ ถวาย

 ต่อมา ดาโต๊ะ สรี โมฮัมหมัด นาจิบ บินตู อับดุล ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมคณะ ประมาณ 15 คน เดินทางมายังห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อร่วมลงนามถวายพระพร โดยมีนายณรงค์ฤทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายที่ประทับ ต้อนรับ

 นอกจากนี้ อาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท คณะเทศบาลตำบลโคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง สหภาพการบินไทย นายนที สุทินเถื่อน ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นักเรียนและครูโรงเรียนศรีสวัสดิ์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี คณะเจ้าหน้าที่และชุมชนเทศบาลเมือง ต.สว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี คณะเทศบาลเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์ เดินทางมาลงนามถวายพระพรด้วย

 วันเดียวกัน ผศ.ดร.วัลลภ พรหมทอง คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำนักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนจาก สเตท โพลีเทคนิค ออฟ เจมเบอร์ (State Polytechnic of Jember) ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งศึกษาที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นเวลา 1 ปี มาร่วมลงนามถวายพระพร

 นายอารีฟ ซัทเรีย นูกราฮา หนึ่งในนักศึกษาในโครงการ กล่าวว่า ชาวอินโดนีเซีย ทราบถึงพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะโครงการหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีบทบาทในเรื่องของการพัฒนามาก ที่สำคัญเป็นโครงที่ช่วยเหลือประชาชนให้ความเป็นอยู่ที่ดี

 "หลังจากที่ได้เรียนรู้ถึงโครงการนี้ ผมจะนำไปพัฒนาในพื้นที่อินโดนีเชียด้วย นักศึกษาแลกเปลี่ยนในโครงการจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ศึกษาเรื่องพืช จะเน้นการศึกษาเรื่องพันธุ์ข้าว สัตว์ และเทคโนโลยีด้านอาหาร ที่มาเรียนในเมืองไทย เพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในประเทศของตัวเองได้ดีกว่าการเรียนในประเทศยุโรป ที่มีเทคโนโลยีสูงแต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้" นายอารีฟ กล่าว

 ขณะที่ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ พร้อมด้วย นางลลิสา จงบารมี นางคาโรไลน์ ฟอร์เดอร์ นางศุลีมาส สุทธิสัมพัทน์ ในฐานะคณะธารศิลป์รักษ์จิตรกร เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร โดยคุณหญิงโรส กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อตระกูลบริบาลบุรีภัณฑ์เป็นอย่างมาก

 "ศ.หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ซึ่งเป็นคุณพ่อของสามี เคยปฏิบัติงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่เป็นนักโบราณคดี สมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังประเทศอังกฤษ เมื่อหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เสีย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีเมตตาจัดพิมพ์หนังสือในงานศพถึง 2 เล่ม สร้างความปลื้มปีติให้แก่ตระกูลเป็นอย่างยิ่ง ส่วนตัวเคยทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจำหน่ายเรือใบมดจำลอง และเคยนำหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปโบราณที่ถูกขโมยจากวัดทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย มาน้อมเกล้าฯ ถวายพระองค์ท่านด้วย" คุณหญิงโรสกล่าว