ข่าว

การเมืองเรื่องการปรับครม.

การเมืองเรื่องการปรับครม.

09 ธ.ค. 2552

เมื่อสองวันก่อนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งโทรมาสอบถามทัศนะของผมในเรื่องของกระแสการปรับครม.ของทั่นนายกฯ อภิสิทธิ์ ราวกับว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตของประเทศชาติ

 ซึ่งผมเองคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากมาย เป็นการเมืองแบบของทั่นนายกรัฐมนตรีที่ถนัดเล่นกับสื่อและการจับเสือมือเปล่า ตามเดิมนั่นแหละครับ

 จะเอาอะไรมากกับการเป็นนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศผ่านสื่อมวลชน มากกว่าบริหารประเทศผ่านคณะรัฐมนตรีและระบบราชการจริงๆ

 นอกเหนือจากเสียงของสื่อแล้ว นายกรัฐมนตรีทั่นนี้ไม่มีอะไรในมือที่จะเป็นทรัพยากรทางอำนาจมากนัก เสียงในพรรคตัวเองก็คุมไม่ได้ เพราะฐานการสนับสนุนนั้นจะมีก็แต่เสียงหลักในกรุงเทพมหานคร ผ่านวงอำนาจไม่กี่คนที่เป็นคนของนายกรัฐมนตรีโดยตรง ที่เหลือนั้นก็เห็นจะมีคุณสุเทพกับเสียงภาคใต้ พันธมิตรเสื้อเหลือง ทหาร และทีมงานพรรคร่วมรัฐบาลที่มาด้วยก็เพราะการกดดันทางอำนาจในการล้มระบอบทักษิณ (นี่ยังไม่รวมข้อกล่าวหาที่ใครๆ ก็รู้เข้าไปอีก แต่จะขอละไว้เพื่อความเป็นธรรมต่อคุณอภิสิทธิ์ซะหน่อย) ซึ่งคำถามหลักก็คือ วันพรุ่งนี้ถ้าใครในกลุ่มเหล่านี้ไม่เอาคุณอภิสิทธิ์จริงๆ คุณอภิสิทธิ์จะมีอำนาจต่อรองอะไรกับพวกเขา

 มิหนำซ้ำตัวเองก็ไม่เคยแสดงอะไรให้ประชาชนเชื่อมั่นในทางนโยบายเศรษฐกิจเสียเองอีก อันนี้คือสิ่งที่ผมผิดหวังมากกับอดีตอาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ของโรงเรียนนายร้อยฯ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งน่าจะมีบทบาทหลักจริงๆ ในการอธิบายเรื่องราวต่างๆ ทางเศรษฐกิจให้ประชาชนฟังได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งในเรื่องนี้ผมเชื่อว่านายกฯ น่าจะสามารถยืนซดกับคุณทักษิณได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ระหว่างนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่เต็มไปด้วยข้อกังขา และอาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ควรจะแม่นยำในเรื่องของหลักวิชา

 รายการเชื่อมั่นประเทศไทยอะไรนั่นน่ะครับ ปรับให้เป็นเรื่องของการอธิบายประเด็นทางเศรษฐกิจจะดีกว่ารายการแก้ตัวรายสัปดาห์ เพราะจะได้เป็นการโชว์ความสามารถของนายกฯ ในทางตำราและทางคุณธรรม กับโลกแห่งความเป็นจริงกับชาวบ้านร้านตลาดในเรื่องปากท้อง ไม่ต้องมาอ้างทักษิณและเสื้อแดงหรอกครับ เป็นครูบาอาจารย์มาก่อน ถ้าอธิบายไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ

 เมื่อสิ่งที่ตัวเองควรจะถนัดนั้นไม่ยอมทำ ทั้งที่มีทรัพยากรทางความรู้และอำนาจมากกว่าตัวรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจและรัฐมนตรีการคลังเสียอีก สิ่งที่พยายามจะทำก็คือการเล่นการเมืองแบบจับเสือมือเปล่าในการใช้กระแสกดดันจากสังคมไปยังพรรคต่างๆ ให้ปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเอง ซึ่งนี่คือการเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เนื่องจากคนที่จะตัดสินใจก็ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีอยู่ดี แต่เป็นมุ้งต่างๆ ที่ทำให้นายกรัฐมนตรีอยู่ได้ และถ้าแต่ละมุ้งเขายืนยันว่าจะไม่ปรับนายกรัฐมนตรีจะไปทำอะไรได้

 ในอีกทางหนึ่ง ถ้าเขาหันมาบอกว่าการที่เขาทำอะไรไม่ได้นั้นเป็นเพราะความไร้ความสามารถของนายกรัฐมนตรีเองล่ะครับ? คราวนี้ถ้าสื่อหันไปเล่นข้างมุ้งต่างๆ บ้าง นายกรัฐมนตรีจะทำอะไรได้ จะตั้งโฆษกประจำตัวอีกชุดหนึ่งขึ้นมาไว้ตอบโต้ในฝ่ายรัฐบาลด้วยกันไหมครับ?

 การปรับคณะรัฐมนตรีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังเปราะบางมากเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเป็นผู้นำของตัวนายกรัฐมนตรีเอง ถ้าคิดจะปรับในสภาวะที่ยังไม่มีวิกฤติอย่างจริงจัง อาทิ ยังไม่มีการทุจริตที่จับได้และเป็นที่สนใจของประชาชน และถ้ามองย้อนไปในอดีต การปรับคณะรัฐมนตรีนั้นเขาจะใช้วิธีที่เสี่ยงกว่านี้หน่อย แต่สำเร็จ นั่นก็คือการยืมมือฝ่ายค้านมาจัดการ ผ่านการเปิดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน แล้วถ้าคนไหนสอบไม่ผ่านก็จะต้องไปเองนั่นแหละครับ

 เว้นแต่ว่าหัวหน้าคณะรัฐมนตรีจะโดนหนักกว่าคนอื่นนั่นแหละครับ ...หุ หุ