
ปิดฉากละครโรงใหญ่
ผลของคำพิพากษาคดีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย จำเลยคดีจารกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คือจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ปรับ 10 ล้านเรียล หรือ 1 แสนบาท จากนี้จะดำเนินไปอย่างไร
ผู้ได้รับประโยชน์จากกรณีนี้ย่อมเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และพรรคเพื่อไทย ที่ต่างแสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ถึงแม้กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดูแล จัดการ ช่วยเหลือทั้งในเรื่องคดี และใช้การทูตเพื่อลดแรงกดดันในคดีนี้มาตั้งแต่ต้นก็ตาม แต่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยก็แย่งซีนไปทุกครั้ง หากพิเคราะห์เรื่องนี้อย่างถ้วนถี่แล้ว คล้ายกรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ เป็นเพียงละครโรงใหญ่ โดยเฉพาะหากมีการพระราชทานอภัยโทษในภายหลัง
นายศิวรักษ์ รู้ข้อมูลตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน แต่ก็เป็นการรู้ในหน้าที่ปกติ โดยมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นข้อมูลการบินของผู้ใด และนายศิวรักษ์ก็ไม่สามารถเข้าถึงชั้นความลับในการเดินทางของอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยได้ แต่จากคำให้การของนายศิวรักษ์ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่า เป็นการประสานขอข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศของไทย นั่นแปลว่าการจับกุมตัวนายศิวรักษ์ ซึ่งตลอดระยะเวลายาวนานเกือบ 10 ปีที่เขาทำงานอยู่ในกัมพูชา ไม่ปรากฏว่ามีพฤติกรรมฝักใฝ่ในทางการเมืองมาก่อน ฉะนั้น จึงเป็นเสมือนการตีวัวกระทบคราด เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา
น่าแปลกที่กระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลกัมพูชา มีนัยสำคัญที่แตกต่างจากกระบวนการทางศาลโดยทั่วไป รวมทั้งประเทศไทย เพราะในวันอ่านคำพิพากษา ย่อมหมายถึงได้มีการพิจารณาฟังพยานหลักฐานทั้งปวงและองค์คณะผู้พิพากษา ได้สรุปความเห็นในการทำคำวินิจฉัยที่จะลงโทษจำเลยหรือไม่แล้ว แต่คดีนี้ในวันอ่านคำพิพากษา ยังคงมีการไต่สวนพยานหลักฐานต่างๆ ตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น. แปลว่า ศาลใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายศิวรักษ์ โดยน้ำหนักความผิดอยู่ที่การล่วงรู้ตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งกัมพูชา ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน
คำพิพาษาของศาลกัมพูชาคดีจารกรรมข้อมูลการบินให้จำคุกนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ เป็นเวลา 7 ปี และปรับเป็นเงินไทยจำนวน 1 แสนบาท เมื่อวันอังคาร (8 ธ.ค.) มีจุดที่เชื่อมโยงไปถึงความสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างปฏิเสธไม่ได้ นัยของคำพิพากษาบอกว่า หากเป็นข้อมูลตารางการบินของบุคคลอื่นที่มิใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ นายศิวรักษ์ ก็ไม่ต้องรับผิด เพราะถือว่าไม่ใช่บุคคลสำคัญ ฉะนั้น คนที่จะมีบทบาทในการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายศิวรักษ์ ถ้าเขาไม่อุทธรณ์ ย่อมเป็นทักษิณ และนี่คืออัศวินม้าขาวตัวจริง



