
กลับตัวกลับใจ
สาระสำคัญประการหนึ่งของพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเมื่อวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552 ที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน พึงรับใส่เกล้าฯ และนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็คือ จงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความสุจริต โดยเห็นประโ
นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รักษาราชการ ผบ.ตร. และกรรมการข้าราชการตำรวจทุกคน ลองทบทวนตรวจสอบตัวเองว่าที่ผ่านมาในการทำหน้าที่พิจรารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจชั้นนายพล กระทำด้วยความสุจริตเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่นหรือไม่?
เนื่องจากตำรวจส่วนใหญ่ สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจ พากันเบื่อหน่ายต่อพฤติกรรมของพวกท่าน เมื่อถึงคราวที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบจัดวางหัวหน้าหน่วยงานตำรวจที่จะต้องรับผิดชอบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ท่านดำเนินการกระทำด้วยความสุจริต โดยเห็นประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พระองค์มีความสุขหรือไม่?
สำหรับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ที่บุญพาวาสนาส่งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้นำพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน รับใส่เกล้าฯ และปฏิบัติอย่างสุจริตใจ ที่ผ่านมาเมื่อมีการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งฝ่าฝืนนโยบาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ละเมิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระดับผู้กำกับการ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจ ก็ปิดบังซ้อนเร้นแอบช่วยเหลือกันให้พ้นผิด หรือหากปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน ก็ออกคำสั่งให้มาช่วยราชการ กองบัญชาการบ้าง กองบังคับการบ้าง เป็นเวลา 30 วันพอเรื่องเงียบก็สั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม เรื่องถูกผิดไม่ต้องพูดถึงกันอีก
ละครน้ำเน่า บทเดิมๆ เลิกเสียทีเถอะ ให้ทำในสิ่งที่ชอบธรรมและถูกต้องเสียบ้าง
ถึงคราวที่ทุกท่านที่กล่าวถึง ได้กลับตัวกลับใจได้แล้ว
คมพิทักษ์ราษฎร์



