ข่าว

แถลงผลผ่าพิสูจน์ลูกฮิปโปคาดตายกว่า2วัน

แถลงผลผ่าพิสูจน์ลูกฮิปโปคาดตายกว่า2วัน

08 ธ.ค. 2552

"นายกฯ” ข้องใจลูกฮิปโป ตายประหลาด ไล่ถามข้อเท็จจริง “สุวิทย์” โบ้ยปัดให้ “เสธ.หนั่น" แจง เจ้าตัวอ้างอยู่ระหว่างตรวจสอบ

(8ธ.ค.)  รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงท้ายของการประชุมครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงกรณีที่ลูกฮิปโปสวนสัตว์เชียงใหม่หลุดออกจากลูกกรงแล้วไปตายที่ท่อระบายน้ำ แต่นายสุวิทย์ ปัดว่าไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะสวนสัตว์เชียงใหม่ อยู่ในการดูแลขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน ) ขึ้นตรงกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

 ทำให้พล.ต.สนั่น ต้องชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรี ว่าลูกฮิปโปดังกล่าวอายุ 3 สัปดาห์มีอาการเจ็บป่วย ได้รับแจ้งว่าปีนรั้วหนีออกไป เจ้าหน้าที่ตามหาไม่เจอ และในที่สุดก็มาทราบว่าตายไปแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยังคงติดใจถามย้ำว่ามันหายตัวไปได้อย่างไร พล.ต.สนั่น จึงตอบว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริง

แถลงผลผ่าพิสูจน์ซากลูกฮิปโปคาดตายกว่า2วัน

 เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 8 ธ.ค. 2552 ที่โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษไนท์ซาฟารี พร้อมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ นำสื่อมวลชนขึ้นรถรางเพื่อเข้าชมในสวนจัดแสดงสัตว์ของไนท์ซาฟารีทั้ง 3 โซน คือ ซาวันนาซาฟารี เพรดดิเอตร์พราวน์ และจากัวร์เทรล ดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่และการเลี้ยงดูสัตว์ต่างๆที่มีอยู่ภายในไนท์ซาฟารีกว่า 1,750 ตัว โดยผู้บริหารและทีมงานยืนยันว่าได้เลี้ยงดูสัตว์ทุกตัวเป็นอย่างดี

 หลังเกิดเหตุการณ์ลูกฮิปโป โปเตมัส เพศเมีย อายุ 1 เดือน ที่มีอาการป่วยและสัตว์แพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์ไนท์ซาฟารีนำมาขังในคอกกักสูงประมาณ 1 เมตร ใกล้โรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้น้ำเกลือและรักษาตัวในน้ำอุ่น  แต่ปรากฎว่าลูกฮิปโปได้หลุดออกจากกรงและหายไปตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตามหานานกว่า 1 สัปดาห์ก็ไม่พบตัวจนต้องขอสุนัขดมกลิ่นจาก ตชด.มาช่วยตามหา จนในที่สุดพบลูกฮิปโปนอนตายอยู่ภายในท่อระบายน้ำข้างโรงพยาบาลสัตว์ ห่างจากคอกกักประมาณ 10 เมตร เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 7 ธ.ค.) สัตวแพทย์จึงนำซากศพลูกฮิปโปไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตาย

 นายณรงค์  กล่าวแถลงข่าวภายหลังนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมสัตว์ ว่า หลังการพบศพลูกฮิปโปเมื่อเย็นวานนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งขึ้นได้ข้อสรุปว่าการสูญหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่เลี้ยงสัตว์และสัตวแพทย์ที่เข้าเวรในคืนดังกล่าว ที่ตัดสินใจใช้กรงเหล็กสูง 1 เมตร  ล้อมลูกฮิปโปที่ต้องรักษาด้วยน้ำอุ่นในเรือไฟเบอร์ ซึ่งในภาวะเช่นนั้นเจ้ากน้าที่และสัตวแพทย์จะต้องใช้ความระมัดระวังตามพฤติการณ์ให้มากกว่าเหตุการณ์ในปัจจุบัน 

 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจะส่งเรื่องให้บอร์ดพิจารณาเพื่อดำเนินการลงโทษตามระเบียบข้อบังคับอย่างเป็นธรรมต่อไป แต่เบื้องต้นในฐานะผู้บริหารขอยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอโทษประชาชนทุกคนที่ทราบข่าวและสะเทือนใจกับการตายของลูกฮิปโป ต้องยอมรับว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีพื้นที่มากกว่า 918 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงสัตว์ที่ต้องดูแล 300 ไร่ และพื้นที่ป่าที่ต้องดูแล 500 ไร่ ซึ่งมีทั้งป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง  ส่วนจำนวนสัตว์มีมากถึง 130 ชนิด กว่า 1,750 ตัว  การดูแลรักษาสัตว์มีหลายประเภท ทั้งสัตว์ดุร้าย และสัตว์ป่าหายาก จึงต้องใช้เจ้าหน้าที่และทีมงานดูแลเป็นพิเศษ ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่รวม 500 คน ส่วนสัตวแพทย์มี 5 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนสัตว์ที่มี

 นายณรงค์ กล่าวอีกว่า  สำหรับลูกฮิปโปถือเป็นกรณีพิเศษที่เกิดขึ้น สาเหตุที่เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ตัดสินใจนำตัวออกมาขังในคอกกักด้านนอกเพราะลูกฮิปโปมีอาการป่วยตัวซีดและปากเป้นสีม่วง จึงต้องให้น้ำเกลือและนำตัวแช่ในน้ำอุ่นอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส  แต่เนื่องอุปกรณ์มีจำกัดจึงต้องนำเรือไฟเบอร์ใส่น้ำอุ่นให้ลูกฮิปโปแช่ตัวแทน  โดยมีเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ดูแล 2 คน แต่ไม่ต่กคิดว่าเมื่อลูกฮิปโปอาการดีขึ้นจะหลุดออกไป

 "หลังลูกฮิปโปหายตัวไปไนท์ซาฟารีไม่ได้นิ่งนอนใจ ระดมเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกตามหา สำหรับเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ที่เข้าเวรก็เกิดอาการเครียดและกังวลใจอย่างมาก  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาท เจ้าหน้าที่พยายามค้นหาทุกจุดรวมทั้งจุดที่พบศพลูกฮิปโป เพราะสัญชาติญาณฮิปโปจะต้องหาแหล่งน้ำเพื่อแช่ตัว แต่ไม่คาดคิดว่าลูกฮิปโปจะมุดเข้าไปในท่อระบายน้ำจนติดอยู่และออกมาไม่ได้ทำให้ตายในที่สุด"นายณรงค์กล่าว
 
 นสพ.อนุรุทร์ อังศุสิงท์ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กล่าวว่า  จากการผ่าพิสูจน์ศพลูกฮิปโปเมื่อเช้าวันนี้ เบื้องต้นคาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ซากเริ่มเน่าอืด  ส่วนบริเวณขาขาวด้านหลังมีรอยช้ำเมื่อผ่าเข้าไปดูพบลิ่มเลือดออกมา คาดว่าเกิดจากการกระแทกที่รุนแรง  บริเวณซีโครงซี่ที่ 7 - 8 ซึ่งปกติจะเป็นกล้ามเนื้อแต่พบว่ามีรูอยู่ สัญนิฐานว่าอาจเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดซึ่งอาจเป็นผลมาจากการผสมพันธุ์ระหว่างหมู่เครือญาติของฮิปโป

 นสพ.ฉัตรโชติ ทิตาราม อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า  ต้องมีการวางแผนการจัดการในอนาคตต่อไป แต่คาดว่าการตายของลูกฮิปโปเกิดจากขาดอากาศหายใจ เพราะโดยนิสัยฮิปโปจะโผล่มาหายใจถ้าอยู่ในน้ำ ซึ่งใน 1ชม.จะโผล่มาหายใจแค่ 5 - 6 ครั้งเท่านั้น ส่วนในกระเพาะอาหารมีเศษหญ้าอยู่เล็กน้อย แต่การตรวจพิสูจน์ด้านอื่นทำได้ยากเพราะอวัยวะภายในเริ่มเสื่อมสภาพแล้วจากการเน่าเปื่อย จึงไม่สามารถตรวจโดยการเพาะเชื้อเซลล์จึงเสื่อมสภาพหมด

 "จะต้องมีการตรวจสอบประวัติว่ามีการผสมพันธุ์ระหว่างเครือญาติหรือไม่  โดยการตรวจประวัติย้อนหลังว่าทั้งพ่อและแม่ฮิปโปมาจากที่ไหน ถือเป็นการระบบการจัดของสวนสัตว์ที่ต้องสร้างเครือข่าวร่วมกัน เพราะลูกฮิปโปที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เบื้องต้นเกิดจากความผิดปกติที่ระบบหายใจ แต่เมื่อผ่าพิสูจน์พบว่าบริเวณหลอดลดแยกออกเป็นสองข้างมีท่อทะลุออกมา แต่ยังเป็นข้อสันนิฐานเบื้องต้นเท่านั้น"นสพ.ฉัตรโชติกล่าว