
ฉลองปีใหม่งดเก็บค่าผ่านทางด่วนมอเตอร์เวย์
ครม.ฉลองปีใหม่งดเก็บค่าผ่าน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ กทม.-ระยอง และ บางปะอิน-บางพลี เริ่ม 25 ธ.ค.- 4 ม.ค. 53 สุขุมพันธุ์สั่งเขตตรวจเข้มสถานบันเทิงช่วงปีใหม่
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 8 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่าที่ประชุมครม.วันนี้ ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกทม.- ระยอง ตอนกทม – พัทยา รวมทางแยก บางวัว และทางแยกเข้าแหลมฉบัง และบนทางหลวงพิเศษ หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกทม.ตอน บางปะอิน – บางพลี ตั้งแต่เวลา 16.00 น ของวันที่ 25 ธ.ค. 2552 ถึง เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2553
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า เหตุที่กระทรวงคมนาคมเสนอมานั้นก็เพราะว่าในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ปีนี้มีวันหยุดราชการต่อเนื่องหลายวัน และคาดหมายว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาบนทางหลวงทั้ง สองหมายเลข ทางกระทรวงจึงมีความเห็นยกเว้นการเก็บค่าผ่านทาง ทั้งนี้เพื่อเป็นสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ทำให้การจราจรมีความคล่องตัวอีกทั้งเป็นการลดการใช้พลังงาน
สุขุมพันธุ์สั่งเขตตรวจเข้มสถานบันเทิงช่วงปีใหม่
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมตรวจสถานบันเทิงในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ตนได้สั่งการให้เขตและสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) ลงไปตรวจสอบสถานบันเทิงต่างๆ โดยเฉพาะเขตชั้นในที่มีจำนวนสถานบันเทิงจำนวนมาก ได้แก่ เขตวัฒนา ห้วยขวาง สีลม เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ซ้ำรอยซานติก้า ผับ เมื่อวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พร้อมกันนี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจลงไปทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตามสถานบันเทิงด้วย
วันเดียวกัน ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. โดยได้สั่งกำชับไปยังสำนักงานเขตทุกแห่งให้เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของสถานบันเทิงต่างๆ ให้มีความปลอดภัยและป้องกันการเกิดเหตุเช่นเดียวกับกรณีเพลิงไหม้ซานติก้า ผับ และสถานบันเทิง โดยในเร็วๆ นี้ ผู้ว่าฯ กทม. จะลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยสถานบันเทิงในพื้นที่ กทม.
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงความชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและเอาผิดกับสถานบันเทิงระหว่าง กทม.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่าเป็นของหน่วยงานใด ซึ่งที่ประชุมได้หารือกันอย่างกว้างขวาง โดยยกมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ปี 2548 ในสมัยที่มีการโอนภารกิจตำรวจดับเพลิงให้ กทม.ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในส่วนของการดูแลสถานที่สำคัญให้ สตช.เป็นผู้ดูแล โดยตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ แต่ที่ผ่านมา สตช.ยังไม่ได้ตั้งหน่วยงานใหม่ดังกล่าวขึ้นมา และโอนภารกิจมาให้ กทม.ทั้งหมด ดังนั้น กทม.จึงจะประสานไปยัง สตช.ให้ดำเนินการตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงขึ้นมา และในระหว่างที่หน่วยงานใหม่ยังไม่เกิดขึ้น กทม.จะรับผิดชอบหน้าที่ทั้งหมดไปก่อน หากเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ขึ้นมาเหมือนซานติก้า กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบเองและจะไม่มีการปัดความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น



