
กิตติชี้นายกฯไทย-มาเลย์ลงใต้เป็นปัจจัยบวก
อดีตแม่ทัพภาคที่4 ชี้นายกฯไทย-มาเลเซีย ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้โอกาสดีในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ หวังภาพผู้นำสองประเทศลุยพื้นที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นไทย-มาเลย์แน่นแฟ้นขึ้นนำไปสู่ความร่วมมือแก้ปัญหาบริเวณพรมแดนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่4 เปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย กับดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุลราซัก นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ เป็นผลดีสำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะผลบวกในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นการลงพื้นที่ของสองผู้นำประเทศครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญครั้งหนึ่งที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าปัญหาภาคใต้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้นำรัฐบาลไทยว่า ต้องการให้ทางมาเลเซียสนับสนุนความร่วมมือในด้านใดเป็นกรณีพิเศษ เพราะเชื่อว่าประเทศเพื่อนบ้านยินดีที่จะร่วมมือและให้การช่วยเหลืออยู่แล้วโดยเฉพาะที่ผ่านมาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้สร้างผลกระทบในบางด้านกับประเทศมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นข่าวการกบดานของแกนนำบางคน หรือแนวร่วมบางส่วนที่ก่อเหตุใน3จังหวัดแล้วหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่เข้าไปในประเทศมาเลเซียด้วยการอาศัยเรื่องบุคคล2สัญชาติ เป็นต้น
“เชื่อว่ามาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนแก้ไขปัญหาร่วมกันอยู่แล้วเพราะที่ผ่านมาผู้ก่อความไม่สงบก็สร้างปัญหาและผลกระทบให้กับประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน ดังนั้นขึ้นอยู่กับว่านายกรัฐมนตรีของไทยจะใช้โอกาสนี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้มิติใดเท่านั้น”อดีตแม่ทัพภาคที่4 กล่าว
พล.อ.กิตติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีของไทยจะใช้โอกาสครั้งนี้ในการสานความสัมพันธ์ระดับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานของทั้ง2ประเทศให้ความกระชับและแน่นแฟ้นมากขึ้น เพราะหากสามารถลดช่องว่างในจุดนี้ได้จะเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังนำไปสู่การพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ และสังคมได้อีกด้วย
“เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น หรือฝ่ายปฏิบัติงานของ2ประเทศหากมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นจะเป็นผลดีอย่างมากในการจัดการแก้ไขปัญหา หรือกระทั่งประสานงานในการพัฒนาการด้านต่างๆร่วมกันในอนาคต ดังนั้นหากผู้นำทั้งสองประเทศใช้โอกาสตรงนี้จะช่วยสร้างความสมดุลในการป้องกันและแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี”พล.อ.กิตติ กล่าว



