
ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ น้ำพระราชหฤทัยจากพ่อหลวงสู่นร.ใต้
นับแต่เกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน และกระเทือนไปถึงระบบการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่
แต่ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี 2549 รวม 5 แห่ง คือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 นราธิวาส โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 ปัตตานี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 ยะลา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 สตูล และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 สงขลา
นายมามะซูฟี อารง รอง ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 ยะลา กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอันสูงสุดในฐานะแม่พิมพ์ที่ได้ทำหน้าที่ในสถานศึกษาแห่งนี้ ซึ่งถือว่าได้รับใช้ใกล้ชิดใต้เบื้องพระยุคลบาท ในการรับนักเรียนในพื้นที่ซึ่งขาดโอกาสทางการศึกษาเข้าสู่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 ยะลาแล้ว 415 คน
"ชาวบ้านเมื่อรู้ว่าเป็นโรงเรียนของในหลวงต่างปลาบปลื้มใจ และขนานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า “ปอเนาะในหลวง” ซึ่งบ่มเพาะหลักศาสนาที่ถูกต้อง และได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด เช่น ละหมาดวันละ 5 เวลาโดยมีผู้รู้ศาสนาดูแลอย่างใกล้ชิด"
ด.ช.ฮูซัยฟี คอซา นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 ยะลา กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้เรียนในสถานศึกษาแห่งนี้ เพราะนอกจากมีข้าวกินครบ 3 มื้อแล้ว ยังได้ศึกษาเรียนรู้ ปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัดด้วย
ส่วน ด.ช.มูฮำหมัดอารีฟ อูเซ็ง นักเรียนชั้น ป.3 บอกว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่ทำให้ได้เรียนภาษาไทย และอ่านหนังสือออก เพราะที่ผ่านมาไม่คิดว่าจะมีโอกาสทางการศึกษาเหมือนคนอื่น เนื่องจากครอบครัวมีรายได้น้อย ผู้ปกครองต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวอีกหลายคน
นางอาเอเสาะ วาโลง ชาวบ้านหมู่ 2 ต.วังพญา อ.รามัญ จ.ยะลา ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ในหลวงทรงดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะราษฎรในพื้นที่ล้วนอยู่ในสายพระเนตรทุกเรื่อง “พี่สวดดุอาห์ขอพรให้พระองค์ทุกวัน เพื่อขอให้หายจากพระอาการประชวร เนื่องจากเราทุกคนเป็นหนี้ของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะลูกหลานได้มีความรู้ หากไม่มีโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ก็ไม่รู้ว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นเช่นไร”
เช่นเดียวกับ นายนิพนธ์ นิกาจิ ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 ปัตตานี สะท้อนว่า โรงเรียนแห่งนี้ เกิดขึ้นเพื่อให้เด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้า เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และเพื่อเสริมสร้างโอกาสและความเสมอภาคให้แก่เด็กด้อยโอกาสในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้รับบริการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและมีคุณภาพ
“พระองค์ท่านพระราชทานแนวทางในการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรักชาติ ศาสนา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานศึกษาที่ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้แก่ดินแดนแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการคืนสันติสุขในอนาคตด้วยนั่นเอง” นายนิพนธ์ กล่าว
น.ส.เมธังกรรัศมีนพเก้า วัฒนพิมล จากบ้านตันหยง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า บ้านตันหยงได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่มีปัญหาความยากจนติดอันดับต้นๆ คนที่นี่ได้รับการศึกษาต่ำ เพราะผู้ปกครองไม่สามารถส่งเสียให้เรียนได้ เมื่อมีโรงเรียนในหลวงทำให้ลูกหลานมีที่เรียนฟรี ซึ่งนับเป็นบุญของคนในพื้นที่อย่างมาก
น.ส.ซากียะห์ เปี่ยมใจจิ อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 ปัตตานี เล่าว่า พ่อแม่เสียชีวิตจึงไม่มีใครส่งเรียนหนังสือ กระทั่งได้รับน้ำพระราชหฤทัยจากในหลวงให้เข้ามาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ ทำให้มีโอกาสเทียบเท่าคนอื่น จะตั้งใจเรียน เป็นคนดีเพื่อถวาย "ในหลวง"
ด้วยน้ำพระราชหฤทัยจากพ่อหลวง วันนี้เด็กๆ ที่ได้รับผลพวงจากไฟใต้ ไม่ได้ไร้โอกาสทางการศึกษาอีกต่อไป



