
นายกฯมาเลเซียยันเป็นหุ้นส่วนกับไทยทุกด้าน
นายกฯมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ "สุทธิชัย หยุ่น" ยืนยันพร้อมเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยทุกๆ ด้าน ทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจ ระบุชัดไม่มีการเจรจาแบ่งแยกดินแดนเป็นอันขาด ขณะที่ "อภิสิทธิ์" ย้ำใช้การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่นราธิวาส ทหาร
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้อนรับ ดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคมนี้ จากนั้น นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้หารือทวิภาคีและหารืออย่างเต็มคณะและให้สัมภาษณ์กับ "สุทธิชัย หยุ่น" บรรณาธิการอำนวยการ เครือเนชั่นฯ ถึงความร่วมมือที่ได้มีการพุดคุยในวันนี้พร้อมกันทั้งสองคน
���
�ดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียพร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาลไทยในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นหรือด้านเศรษฐกิจ เพื่อสัมพันธภาพของคนทั้ง 2 ประเทศ อย่างไรก็ตามประเทศมาเลเซียจะไม่เจรจากับประเทศไทยเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นอันขาด ขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียจะช่วยเหลือทุกด้านที่รัฐบาลไทยขอร้อง อีกทั้งจะเคารพวิธีการหรือสูตรที่รัฐบาลไทยได้ออกแบบมาแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ที่รัฐบาลมาเลเซียเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย หรือตอนใต้ของฟิลิปปินส์
�นายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกด้วยว่า รัฐบาลมาเลเซียจะไม่เป็นตัวกลางและไม่แทรกแซงการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกลับแกนนำกลุ่มก่อความรุนแรง หากรัฐบาลไทยไม่ร้องขอความช่วยเหลือ แต่ยืนยันจะร่วมมือพัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งจะแก้ไขปัญหาคน 2 สัญชาติด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เร็วที่สุด เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านอื่นๆ ต่อไป สำหรับการแก้ปัญหาความไม่สงบนั้น รัฐบาลมาเลเซียจะแยกปลาออกจากน้ำ เอาประชาชนออกจากกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งรัฐบาลไทยก็เห็นด้วย
�นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องใช้วิธี Decentralization ซึ่งตีความหมายได้หลายอย่าง แต่ในนโยบายที่รัฐบาลจะทำคือการกระจายอำนาจจากส่วนกลางให้ท้องถิ่นปกครองตนเอง ซึ่งตรงนี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีความเห็นสอดคล้องกัน ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และปัจจุบันรัฐบาลได้เริ่มลงมือทำแล้ว ด้วยการกระจายอำนาจ พัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา และกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้รัฐบาลกำลังพยายามเร่งจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีสังหารหมู่ที่มัสยิดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งดูดาย และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาแบบจริงจัง
�ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ และดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค ได้ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังหารือ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในการประชุมร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 แต่เป็นการประชุมร่วมครั้งแรกที่ ดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนแรกที่จะเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเนื้อหาของการหารือมีความคืบหน้าและสาระที่มากขึ้น ซึ่งเราได้ให้คำมั่นที่จะให้ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในฐานะเพื่อนบ้าน โดยความร่วมมือดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกัน สำหรับการหารือวันนี้มีทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการศึกษา แต่ก็ยังมีข้อตกลงหลายเรื่องที่ยังค้างอยู่ซึ่งจะต้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนการประชุมร่วมกันครั้งที่ 5 ในต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม เนื้อหาการหารือในวันนี้มีการตกลงเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในพื้นที่ เรื่องของอาหารฮาลาล รวมถึงยางพาราและปัญหาภาคใต้
�ในส่วนของปัญหาภาคใต้ของไทยนั้น ทางมาเลเซียมีท่าทีเหมือนเดิมคือระบุว่าถือเป็นปัญหาภายในของประเทศไทย แต่ถ้าจะให้มาเลเซียช่วยเหลือในเรื่องของข้อมูลหรือข่าวกรองทางมาเลเซียก็ยินดี นายอภิสิทธิ์กล่าว
คุมเข้ม"อภิสิทธิ์"ควงนายกฯ มาเลย์ ลงใต้
�ส่วนกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ กับ ดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค จะการเดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ในวันที่ 9 ธันวาคม นั้น นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ มีการเตรียมการมานานพอสมควร แม้ตอนนี้จะมีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็ควบคุมดูแลได้ จึงมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศลงพื้นที่
�ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า� การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศครั้งนี้ ไม่น่ามีปัญหา ฝ่ายความมั่นคงได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ร่วมกับจังหวัดต่างๆ� และยืนยันว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยทำจริง ซึ่งรัฐบาลนี้มุ่งมั่นและเป็นรัฐบาลแรกที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตรายได้ของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการทำประชาคมในหมู่บ้าน
�นายสุเทพกล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่รัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่ โดยนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ในเรื่องของการพัฒนาการเรียนการสอนศาสนาและสามัญให้ไปด้วยกัน ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามผลและมีโครงการความร่วมมือสร้างสะพานเชื่อมทั้งสองประเทศ โดยมี ครม.ของมาเลเซียเดินทางมา 8-9 คน และมีเรื่องที่ต้องพัฒนาร่วมกันหลายอย่าง เช่น การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาเลเซียเป็นอีกตลาดในการรองรับผลผลิต ทั้งทางการเกษตรและอุตสาหกรรม
�พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมของมาเลเซียจะเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงจะมีการพูดคุยกัน ส่วนที่ทางมาเลเซียมีความกังวลว่าจะมีผู้ก่อการร้ายข้ามชาติเข้ามาฝังตัวอยู่ในภาคใต้ของไทยนั้น คงเป็นข้อเสนอแนะและความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ซึ่งตนเองในฐานะที่ติดตามคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
"ปณิธาน" ย้ำ เขตพิเศษชายแดนใต้
�นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอเรื่องเขตปกครองพิเศษ (Autonomy) ในการแก้ปัญหาภาคใต้ ของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่า เบื้องต้นยืนยันว่าหลักการของไทยและมาเลเซียตรงกัน แต่อาจจะเรียกต่างกัน มาเลเซียใช้คำว่า autonomy แต่ของไทยใช้คำว่า decentralize ส่วนรูปแบบและวิธีการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของไทย ซึ่งในรัฐธรรมนูญของไทยมีความชัดเจนอยู่แล้ว ว่าบริบทของรัฐเดี่ยวการปกครองตนเองทำไม่ได้ และไม่อนุญาตให้รัฐใด จังหวัดไหน ปกครองตนเอง แต่การบริหารท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.กระจายอำนาจทำได้ คือ เป็นการปกครองท้องถิ่นด้วยตนเอง ไม่ใช่เป็นการปกครองตนเองในบริบทของอีกรัฐซ้อนรัฐ
�"รัฐธรรมนูญไม่ให้มีการแยกอำนาจรัฐออกมาตั้งผู้บริหารเอง แต่การกระจายอำนาจด้วยการไปเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นสามารถทำได้ที่เหมาะกับพื้นที่ รวมถึงการเก็บภาษี หรือ มีโครงการที่เหมาะกับพื้นที่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้น ของเราจึงไม่ใช่การปกครองตนเองในความหมายที่ให้เป็นการแยกรัฐ แต่เป็นการปกครองท้องถิ่นที่อยู่ในบริบทเดิมและให้ท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น" นายปณิธานกล่าว
�นายปณิธานกล่าวว่า กรณี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถเทียบเคียงกับพัทยาได้ เพราะบริบทต่างกัน การปกครองรูปแบบพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ต้องใช้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เป็นเขตบริหารพิเศษใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ มีกฎหมายรองรับเป็นกรณีเฉพาะ สำหรับโครงสร้างการปกครองรูปแบบพิเศษในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จะเริ่มต้นที่ ศอ.บต. ซึ่งขณะนี้กฎหมายฉบับดังกล่าว อยู่ในระหว่างการแปรญัตติ โดยในเบื้องต้น พ.ร.บ.ดังกล่าวระบุว่ามี สภาสันติสุข ซึ่งเป็นสภาที่มาจากท้องถิ่น เพื่อดูเชิงนโยบาย ขณะที่ ศอ.บต. จะเป็นกลไกในการบริหาร ซึ่งทั้งหมดต้องรอตัวกฎหมายที่ผ่านสภาอีกครั้ง�
�นายปณิธานกล่าวอีกว่า นอกจากนี้การหารือกับประเทศมาเลเซียจะมีการพิจารณาเรื่องการเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกัน โดยเฉพาะข้อมูลตัวบุคคลของกลุ่มที่เคลื่อนไหวโดยผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็น พวกอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มลักลอบเข้าเมือง กลุ่มค้ายาเสพติด กลุ่มค้ามนุษย์ รวมถึงกลุ่มที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่จะระบุตัวตนได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งในอดีตเคยส่งตัวให้กันได้ ส่วนเรื่องคนสองสัญชาติจำนวน 2.5 หมื่นคน จะมีการหารือกันอีกครั้ง เพราะต้องทำให้ฐานข้อมูลตรงกันก่อน เชื่อว่าหลังจากมีโครงสร้างใหม่เกิดขึ้นกลไกดังกล่าวจะกลับมาอีกครั้ง รวมทั้งจะมีการเชื่อมโยงการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงร่วมกัน ทั้งสันติบาล ข่าวกรอง สุดท้ายคือการเชื่อมโยงระบบใหญ่ ในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เข้าสู่เขตเศรษฐกิจอาเซียน
พบภาพชายต้องสงสัย จยย.บอมบ์ตลาด
��ส่วนความคืบหน้า กรณีคนร้ายซุกระเบิดในรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณลานจอดรถด้านหลังทางเข้าตลาดสดบางนาค� ถ.ไตรภพ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส แรงระเบิดทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 9 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา นั้น
�ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 เดือนเดียวกัน� พ.ต.ท.เลียบ พรหมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ร.ต.ท.รัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และ ร.ต.ต.อนุสรณ์ หวังดี พนักงานสอบสวน� ได้นำกำลังตำรวจต ทหาร จำนวนหนึ่ง ได้เข้าไปตรวจสอบและหาหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด 4 ตัว ที่อยู่บริเวณทางเข้าตลาด พบภาพชายต้องสงสัย ใส่เสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้น สีดำ ไว้ผมเกรียน อายุประมาณ 28 ปี
�ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ชัยทัต อินทนูจิตร รักษาการ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ได้แต่งตั้งให้ พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เป็นหัวหน้าชุดในการคลี่คลายคดี และจากการตรวจสอบเลขตัวถังรถจักรยานยนต์ NF-100 0040358� ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทราบเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 เจ้าของ คือ พ.จ.อ.กุศล ศักดิ์แสง ทหารสังกัดหน่วยนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์� ที่ได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.โคกเคียน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา� ส่วนป้ายทะเบียนที่คนร้ายสวมไว้กับรถคันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้วางระเบิดที่ข้างธนาคารกรุงไทย สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
ปะทะคนร้าย ทหารตาย 2
�เมื่อเวลา 17.00� น. วันเดียวกัน ขณะที่ จ.ส.ท.บุญถิ่น คำพีระ อายุ 42 ปี หัวหน้าชุด รปภ.ครู�� หน่วยพัฒนาสันติ 302 กรมทหารพรานที่ 46 ชุดช่วยราชการที่ อ.รือเสาะ นำกำลังทหาร 5 นาย เดินเท้ากลับจากรักษาความปลอดภัยครู มุ่งหน้ากลับฐานที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนบ้านดือแย หมู่ 4 ต.สาวอ ก่อนถึงฐานประมาณ 2 กิโลเมตร ถูกคนร้ายที่ซุ่มอยู่ในสวนยางพาราใช้อาวุธสงครามยิงถล่มและเกิดการยิงปะทะกันขึ้นนานกว่า 30 นาที
�หลังสิ้นเสียงปืน ทำให้ อส.ทพ.จิรายุทธ์ สังเกตุ อายุ 28 ปี และ อส.ทพ.วัสลาม ระเด่นมนตรี� อายุ 25 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ส่วน ส.ส.ท.บุญถิ่น ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบศพคนร้าย ทราบชื่อ นายอับดุลมาเละ บือแยบาลอ อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา ต.สาวอ อ.รือเสาะ�
�ต่อมาเมื่อเวลา 17.45 น. ที่ อ.บาเจาะ ร.ต.อ.อรรถวุฒิ เพชรแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.บาเจาะ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 43 บ้านตันหยง หมู่ 4 ต.บาเระใต้� จึงนำกำลังตำรวจและทหาร 50 นายเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนายมะยายิ กาเด็ง อายุ 44 ปี ประธานองค์การบริหารส่วนตำบลบาเระใต้ ถูกยิงด้วยปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดเข้าที่หน้าอกทะลุหลัง 1 นัด แขนซ้าย 1 นัด เสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน
�จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายมะยายินั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียนมาจอดที่หน้าบ้านพัก จากนั้นคนร้ายที่นั่งอยู่กระบะหลังใช้ปืนยิงใส่นายมะยายิ 3 นัด จากนั้นจึงขับรถหลบหนีไป
�ทั้งนี้ประวัตินายมะยายิ เคยถูกตำรวจ สภ.บาเจาะ จับกุมตัวในข้อหาเป็นผู้จ้างวานให้คนลอบเผาโรงเรียนบ้านตันหยง เพื่อเอางบประมาณมาก่อสร้างโรงเรียน แต่นายมะยายิให้การปฏิเสธพร้อมกับประกันตัวออกมาสู้คดี จนกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว
เผาที่ทำการกลุ่มอาชีพทำกรงนก
�ที่ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 03.45 น. วันที่ 8 ธันวาคม ร.ต.ท.คณาเดิม ไพนุพงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการกลุ่มอาชีพทำกรงนกกรงหัวจุก� ตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 11/3 บ้านตาแป หมู่ 5 ต.กะมิยอ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงเถ้าถ่าน ซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน กบฉ� 498 ปัตตานี และรถจักรยานเด็ก พร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่อง นกกรงหัวจุกราคาตัวละ 3,000 บาท สำลักควันตาย 1 ตัว มูลค่าความเสียหาย 1 แสนบาท
�นายมูลี ดือเระ อายุ 39 ปี เข้าของบ้าน ให้การว่า กลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้าน ที่ไม่มีอาชีพ ได้ลงขันกันทำเพิงเล็กๆหน้าบ้านของตน� เพื่อรวมกลุ่นกันทำกรงนกกรงหัวจุก� ก่อนเกิดเหตุ ตอนเย็นหลังเลิกงานต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน� กระทั่งมีคนลักลอบเข้ามาเผาอาคารจนเสียหายหมด



