ข่าว

ส.ว.ยื่นสอบกรมปกครองแก้ข้อมูลจองซื้อปืน

ส.ว.ยื่นสอบกรมปกครองแก้ข้อมูลจองซื้อปืน

08 ธ.ค. 2552

“เรืองไกร” ยื่น ป.ป.ช. สอบสวนกรมการปกครอง แก้ไขข้อมูลจองซื้อปืนในราคาถูก เพื่อช่วยเหลือ รมต. ส.ส. และ ส.ว.บางคน ไม่ให้ถูกตรวจสอบ

(8ธ.ค.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบหน่วยงานและเจ้าหน้า ที่รัฐ เนื่องจากในการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีรัฐมนตรี ส.ส. และส.ว.จำนวนหนึ่งแสดงความประสงค์ด้วยการจองซื้อปืนจากสำนักการสอบสวนและนิติการ(สน.สก.) กรมการปกครอง ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของราคาตลาด จึงยื่นเรื่องไปยังประธานกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ตรวจสอบไต่สวนว่ามีการกระทำอันเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265(3) หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (6) และมาตรา 119 (5) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามการกระทำไว้ และเมื่อกระทำการไปแล้ว จะมีผลทำให้ผู้กระทำนั้นต้องสิ้นสมาชิกภาพนับแต่วันที่กระทำการอันต้องห้ามนั้น

 นายเรืองไกร กล่าวว่า จากหลักเกณฑ์การจองซื้ออาวุธปืน แสดงให้เข้าใจว่า ผู้จองซื้ออาวุธปืนจะต้องแสดงเจตนาหรือความจำนงโดยมีคนรับรอง และมีการชำระเงินค่าจองอาวุธปืนเข้าบัญชีธนาคารก่อนด้วย และการจองซื้ออาวุธปืนดังกล่าว ผู้จองควรทราบว่าเป็นการประสงค์ซื้อในราคาสวัสดิการที่ถูกกว่าราคาตลาด ซึ่งราคาที่ถูกกว่าย่อมเป็นเหตุจูงใจในการสั่งซื้อ โดยผู้จองยอมรับประโยชน์จากราคาที่ถูกลง ด้วยการใช้สิทธิสั่งซื้อหรือสั่งจองโดยการชำระราคาค่าจองตามอัตราที่เรียกเก็บจากราคาสวัสดิการไปแล้วทั้งสิ้น กรณีการจองและมีการชำระเงินค่าอาวุธปืนไปแล้ว ย่อมสามารถตรวจสอบได้จากเอกสารหลักฐานการจองและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ของสำนักการสอบสวนและนิติการ (สน.สก.) กรมการปกครอง ที่กำหนดไว้ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ว่า มีใครบ้างที่สั่งซื้ออาวุธปืนและได้ส่งเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารมาแล้ว การพิจารณาในเรื่องเจตนากระทำการนั้น กรณีการแสดงเจตนาเพื่อรับประโยชน์จากส่วนต่างของราคาอาวุธปืน ที่ได้มีการส่งเอกสารและชำระเงินไปแล้วนั้น ย่อมเข้าลักษณะการกระทำอันต้องห้ามที่ได้กระทำการลงไปแล้ว  

 นายเรืองไกร กล่าวว่า แต่เมื่อได้กลับมาตรวจสอบข้อมูลซึ่งแสดงผลการจองล่าสุด พบว่าข้อมูลการจองอาวุธปืนของรัฐมนตรี ส.ส. และส.ว. บางคน ได้หายไปจากเว็บไซด์ ภายหลังจากที่ได้มีการยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง   จึงเข้าใจว่า อาจจะมีการแก้ไขข้อมูลการจองของบางรายออกไปเพื่อมิให้ถูกตรวจสอบ ซึ่งการแก้ไขข้อมูลนั้น ควรจะเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ คือ กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ เจ้าหน้าที่ในกรมการปกครอง จึงอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ร้องขอให้ประธาน ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า กรมการปกครอง และ/หรือ เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ที่มีหน้าที่ดูแลการจองซื้ออาวุธปืนสวัสดิการ อาจจะมีการกระทำในลักษณะไปแก้ไขการจองซื้ออาวุธปืนให้กับรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว.บางคน หรือไม่และหากพบว่ามีการแก้ไขเอกสารหลักฐานการจองหรือการชำระเงินใดๆ เพื่อช่วยเหลือให้ใครบางคนต้องพ้นจากการถูกตรวจสอบตามข้อร้องที่ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จะถือว่าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ อันจะเข้าลักษณะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่