
"เทือก"ลั่นไม่ปรับครม.ก่อนหรือหลังอภิปราย
"สุเทพ" ลั่นไม่ปรับครม.ก่อนหรือหลังอภิปราย อุ้ม ครม. อภิสิทธิ์ 1 โปร่งใส ไร้ทุจริต พ้อความสำคัญลดจากผู้จัดการรัฐบาลเหลือแค่นั่งร้าน เหน็บ ส.ส.คิดว่าตัวเองทำงานดีอยากได้ตำแหน่งสำคัญ แต่ไม่คำนึงถึงระบบพรรค ยันเป็น ส.ส.มา 31 ปี ระบบพรรคไม่เคยเสียหาย ระบุไม
(8ธ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.ในพรรคออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้มีการปรับครม.ว่า ถือว่าเป็นความเห็นของส.ส.แต่ละคน เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนคนที่ดูมวยแล้วรู้สึกว่านักมวยชกไม่ถูกใจ แต่ขอเรียนว่ารัฐมนตรีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นคนที่ทำงานได้ดีและงานที่ทำเป็นเรื่องยาก ทำแล้วคนไม่ค่อยเห็น โดยเฉพาะการทำงานของนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม เมื่อถามว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับครม.ควรเป็นช่วงไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องปรับครม. เพราะรัฐมนตรีทุกท่านทำงานได้ดีและตั้งใจทำงานดี และทำงานต่อเนื่อง ตนจึงอยากจะเห็นรัฐมนตรีได้ทำงานต่อไป เพราะยังไม่มีใครทำงานบกพร่องหรือประพฤติตัวเสียหาย
นายสุเทพ ยังกล่าวถึงกรณีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมสละเก้าอี้เพื่อเปิดทางให้นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา บุตรชายเข้ามาทำงานเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งนั้น พล.ต.สนั่น ไม่ได้อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรคอื่น รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนกรณีที่มีสมาชิกวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตนนั้น ตนพร้อมที่จะน้อมรับการวิพาษ์วิจารณ์ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการทำงานย่อมมีทั้งคนเห็นว่าดีและด้อย ตนก็สำนึกอยู่ตลอดเวลา การเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ตนพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเลขาธิการพรรคมาหลายคน ซึ่งการทำงานพรรคบางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ สำหรับการทำหน้าที่ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ตั้งแต่เริ่มตั้งครม. ตอนแรกๆ คนในพรรคก็ชื่นชมเพราะรู้ว่าการที่จัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นเรื่องยาก เมื่อตนทำได้ทุกคนก็ชื่นชม ภูมิใจ แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปจากผู้จัดการรัฐบาลทำท่าจะกลายเป็นนั่งร้าน ถือเป็นกฎเกณฑ์ธรรมดา
“กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผม ผมไม่น้อยใจ แต่จะมุ่งมั่นว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และผมตระหนักว่าการทำหน้าที่ของผมครั้งนี้ทำเพื่อแผ่นดิน เพื่อบ้านเมืองและประชาชน และงานที่ผมทำไม่ใช่งานที่มีอำนาจวาสนา ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ลอยๆ มาก ทำงานสารพัด เป้าหมายคือทำบ้านเมืองมั่นคงให้ได้ ตามพระราชดำรัสของพระบาทพระเจ้าอยู่หัว” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า หากมีการวิพากษ์วิจารณ์ภายในพรรค ตนพร้อมที่จะไปชี้แจง เพราะการพูดจาหรืออภิปรายภายในพรรคประชาธิปัตย์เราทำเป็นประจำ มีการประชุมพรรคทุกสัปดาห์ในช่วงสมัยประชุม แต่หลังปิดสมัยประชุมแล้ว การประชุมของพรรคอาจจะห่างหน่อย แต่ปกติเมื่อมีเรื่องที่ต้องให้พูดจาก็นัดคุยกัน ตนไม่ปรารถนาพูดเรื่องภายในพรรคผ่านสื่อเพราะจะทำเกิดความเข้าใจผิดและสับสนมากขึ้น เมื่อถามว่า มีการอ้างเงื่อนไขการปรับครม.หลังจากบริหารงานครบรอบ 1 ปี เหตุผลนี้จะเหมาะสมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่อยากไปโต้แย้งกับสมาชิกพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่มีความคิดเห็นแบบนี้ แต่คิดว่าการทำงานของรัฐบาลจะต้องต่อเนื่อง ความจริงรัฐธรรมนูญได้กำหนดเทอมให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี แต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารมีเวลาไม่ถึง 4 ปีอยู่แล้ว ควรจะทำงานต่อเนื่องให้เกิดความสำเร็จ ยกเว้นเกิดข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องมีการทุจริต คอรัปชั่น แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีเรื่องเหล่านี้เลย
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าจะไม่มีการปรับครม. ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าอย่างนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้แต่รัฐมนตรีที่ไม่มีผลงานก็จะไม่มีการปรับครม.ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องถามว่าใครเป็นคนประเมิน ถ้าคนประเมินอยู่ไกลมองไม่เห็นก็ลำบาก และงานบางอย่างก็ประเมินยาก อย่างงานของตนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง การปราบปรามยาเสพติด ให้คนไปประเมินก็ลำบาก
ต่อข้อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าไม่มีผลงาน นายสุเทพ กล่าวว่า นายวีระชัยทำงานปกติในสายงานที่รับผิดชอบ แต่เรื่องสำคัญคือรับผิดชอบความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ นอกจากประเทศจีนแล้วยังมีประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดจะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียพร้อมกับตน เพื่อเจรจารักษาเสถียรภาพราคายางพารา แต่บังเอิญว่านายวีระชัยไม่ได้เป็นประธานในคณะกรรมการชุดต่างๆ แต่เป็นกำลังสำคัญในการระดมความคิดและวิธีการทำงานร่วมกัน ที่ดูแลเรื่องราคายางพาราและปาล์มน้ำมันร่วมกับตน รวมถึงมีส่วนแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวและค้าขาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่ไม่ปรับนายวีระชัย เพราะเป็นนายทุนของพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงนายวีระชัยไม่ใช่นายทุน เพราะคนที่เป็นนายทุนไม่ใช่นายวีระชัย แต่พิจารณาที่ความรู้ ความสามารถ ในการช่วยงานรัฐบาลได้ ซึ่งพรรคมีระบบในการคัดเลือกมาเป็นรัฐมนตรี เชื่อว่า การที่มีสมาชิกพรรคออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีในพรรคเชื่อว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทุกคนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ เชื่อว่าปัญหาภายในพรรคจะสามารถแก้ไขได้ เพราะพรรคมีระบบ สมัยที่ตนเข้ามาเป็น ส.ส.ใหม่ๆ ก็คิดเช่นนี้ บางทีประเมินตัวเองว่าเราเก่ง เราควรจะได้รับมอบหมายจากพรรคให้มาทำงานที่สำคัญ แต่บางทีก็มีบุคคลอื่นที่เป็นตัวเลือกมาก ตนก็ต้องอดทนและทำใจ เพราะพรรคมีวิธีการในการคัดเลือกตั้งแต่ตนอยู่พรรคมา 31 ปี ยังไม่เห็นจะมีอะไรผิดพลาด
เมื่อถามว่า สาเหตุที่ไม่ต้องการปรับครม.ช่วงนี้เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า การปรับครม.ต้องมีเหตุผล เพราะก่อนที่จะตั้งรัฐบาลเราได้คำนึงแล้วว่าใครมีความเหมาะสม ที่จะให้มาทำหน้าที่ในการบริหารราชการบ้านเมืองตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการพิจารณามาอย่างดีแล้ว มาจนถึงวันนี้ยังไม่เห็นว่าครม.ขาดความเหมาะสมอย่างไรหรือมีปัญหาอะไร จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาปรับ และคิดว่าหากให้ครม.ทำงานต่อไปจะได้สานงานต่อตามนโยบายรัฐบาล



