ข่าว

ผมไม่สามารถไปเจรจากับเขาได้อีกแล้ว

ผมไม่สามารถไปเจรจากับเขาได้อีกแล้ว

08 ธ.ค. 2552

เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารประเทศจนเกือบครบ 1 ปี หลายคนบอกว่า คนที่มีบทบาทมากที่สุด หาได้เป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ที่คิดตลอดเวลาว่า เป็นนายกฯ อย่างไม่มีต้นทุน และพร้อมที่จะตัดสินใจล้มกระดานได้ทุกเมื่อ หากวันใดเรื่องราวทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่าง

 นั่นทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล และผู้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค มีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ จนบางครั้งเรื่องราวที่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะแหลมคม และสุ่มเสี่ยงกับรัฐบาลปลายหอกดาบจึงพุ่งเป้ามายังเขา และบางครั้งถึงกับมีการเรียกร้องให้ปลดเขาออกเสียด้วยซ้ำไป

 "...มีอะไรคุยกับผม มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เอาน่า...อย่าคิดเล็กคิดน้อย"

 เสียงค่อนข้างดังของเจ้าของห้องทำงานโอ่โถงชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ดังกระทบโสต ทีมงาน "คม ชัด ลึก" ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านธรณีประตู และมองเห็นสีหน้าเจ้าของห้องไม่สู้ดีนัก ในยามพูดคุยกับ "คนปลายสาย" ที่ทีมงาน "คม ชัด ลึก" ได้ยินชื่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ

 แกนนำรัฐบาลหลายคนพูดตรงกันว่า หน้าที่ของ สุเทพ นั้นไม่ได้มีเพียงแค่หน้าที่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ต้องรับหน้าเสื่อทุกเรื่อง โดยเฉพาะความไม่สงบไม่สามัคคีของคนในชาติ แต่สุเทพยังมีอีกเรื่องที่ต้องรับเป็นภาระสำคัญ

 "รับเคลียร์กับทุกฝ่าย..."

 อย่างไรก็ตาม เมื่อ สุเทพ พร้อมที่จะพูดคุยกับ "คม ชัด ลึก" ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสในทันที และยืนยันว่า จนถึงวันนี้ ยังไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดที่ไม่แฮปปี้กับงานที่ได้รับมอบหมาย

 แม้ว่าเราจะพยายามถามว่า มีข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนกระทรวงเพื่อความเหมาะสม แต่สุเทพก็ตอบกลับมาในน้ำเสียงแบบนักเลงเก่าว่า "เป็นเพียงข่าว ผมแปลกใจมาก ซึ่งผมตอบได้เลยว่าจะไม่มี ผมขอความกรุณาว่า อย่าเอามัน วันนี้พวกผมทำงานเพื่อบ้านเมืองให้อยู่รอด การที่บ้านเมืองอยู่รอด เพราะทำงานด้วยกันหลายพรรคการเมือง เราก็จะต้องดูแลเผื่อแผ่กันไปทุกพรรคการเมือง"

 สำหรับเรื่องปรับเปลี่ยนกระทรวงนั้น สุเทพ บอกว่า ขอความกรุณาสื่อมวลชน หรือบุคคลอื่นๆ ได้โปรดเคารพในข้อตกลง จะมาชักมันตอนนี้ว่า จะต้องเปลี่ยนกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ อันนี้ก็ทำให้รัฐบาลวุ่นวาย อาจจะสนุกสำหรับคนโห่ คนเชียร์ แต่ว่าคนทำคงไม่ดี

 “ถ้าจะมาตั้งคำถามว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดูแลกระทรวงมหาดไทย ทำไมไม่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดูแลกระทรวงคมนาคม คำตอบคือว่า เป็นเรื่องที่ได้ตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลในการจัดตั้งรัฐบาล ยุติแล้วเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาอีกแล้ว และไม่เป็นคำถามอีกแล้ว"

 เขาย้ำว่า ขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนมาบ่น และไม่พอใจ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

 ส่วนการปรับเปลี่ยน กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้น สุเทพ บอกว่า พรรคได้พิจารณาคัดเลือก ไตรรงค์ สุวรรณคีรี มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งทางพรรคได้ทำเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนพรรคการเมืองอื่นก็เป็นเพียงแค่ข่าว แต่ก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองอื่น หากมีการปรับเปลี่ยนก็ทำเรื่องเสนอมายังนายกรัฐมนตรี และจะหารือร่วมกันอีกครั้งแต่ขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดติดต่อที่จะขอปรับ

 นั่นคือบทบาทของ สุเทพ ที่เลือกที่จะยืนยันในคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้แก่กันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลแต่แรก แต่สำหรับ ทักษิณ ชินวัตร ที่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะพยายามเสนอเงื่อนไขเพื่อเจรจาต่อรองนั้นสุเทพ ยืนยันว่า ไม่ได้คุยกันนานแล้ว

 สุเทพ บอกว่า ไม่ได้พูดคุยเลย ตั้งแต่ปี 2547-2548 ที่มีการพูดคุยกันว่า จะลงเลือกตั้งหรือไม่ลงเลือกตั้ง และตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องมาติดต่อกัน เพราะเคยติดต่อในช่วงที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ๆ ก็พยายามสื่อไปถึง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จก็เลยไมได้พูดคุยกัน และตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพูดคุยกันแล้ว

 "ขณะนี้ก็เห็นเจตนาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีเป้าหมาย คือ 1.จะต้องไม่ติดคุก 2.จะต้องได้รับทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาทคืน และ 3.คดีความทั้งหลายจะต้องยกเลิก และสามารถกลับมาทำงานทางการเมืองได้ต่อ ในเงื่อนไข 3 ประการ มันเกินขีดความสามารถที่ผมจะไปเจรจาได้"

 “พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกลงโทษจำคุกด้วยคำพิพากษาของศาล ผมก็ไม่สามารถไปรับรองได้ว่าไม่ติดคุก จะทำอย่างไรผมยังคิดไม่ออก เพราะไม่มีทางที่จะทำได้ เรื่องทรัพย์สินเงินทองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าผิดก็ถูกยึด ถ้าไม่ผิดก็ได้คืน ตามขั้นตอนก็จะต้องเป็นแบบนั้น ส่วนกรณีเรื่องของการกลับมาทำงานทางการเมือง ถ้าพ้นอายุความ หรือคดีความเหล่านี้กลับมาได้ไม่มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ผมไม่อยู่ในวิสัยที่จะไปรับปาก หรือไปตกลงเจรจากันได้ การไปเจรจาโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีต้นทุนที่จะพูดอะไรกับเขา จะไปเจรจาได้อย่างไร ยิ่งต่อมากระบวนการของคนเสื้อแดงได้แสดงออกว่ามีความมุ่งหวังตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองมากกว่า ทำให้ผมไม่สามารถไปเจรจากับเขาได้อีกแล้ว”

 ถามว่า มองสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันอย่างไร เพราะขณะนี้ดูเหมือนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว สุเทพ กล่าวว่า พยายามให้เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นไปด้วยความราบรื่นให้มากที่สุด ตลอดเวลาที่เข้ามาเป็นรัฐบาลตรงไหนอดทนได้ก็อดทน ตรงไหนอดกลั้นได้ก็อดกลั้น

 "การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยการเผาบ้าน เผาเมือง ช่วงสงกรานต์ ผมก็จะต้องตัดสินใจใช้กำลังเจ้าหน้าที่ไปยับยั้งเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะไม่มีทางเลือกก็เลยต้องทำ"

 ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามจี้รัฐบาลให้จัดการกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปยึดสนามบินสุวรรณจนทำให้เกิดความเสียหายนั้น สุเทพ กล่าวว่า "ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ผมไม่เคยไปเร่งคดีของคนเสื้อเหลือง หรือคนเสื้อแดง เพียงแต่กำชับให้ดำเนินการตามหน้าที่ ผมจะไปสั่งให้ชะลอ หรือให้รีบเร่ง คงไม่ถูกต้อง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการในการทำงานของฝ่ายกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่กระบวนการของตำรวจไปจนถึงศาล รัฐบาลไม่ควรจะเข้าไปแทรกแซง"