
เครื่องนุ่งห่ม-เกษตรส่งออกไทยผวาหวั่นลดค่าด่องซ้ำ-จี้รัฐดูแลบาทให้แข่งขันได้
อุตฯ เครื่องนุ่งห่ม-เกษตรส่งออกไทยผวาลดค่าด่องซ้ำ ฉุดตัวเลขส่งออกไทยหดตัว ชี้หากเวียดนามลดค่าเงินถึง 20% แต้มต่อสินค้าคุณภาพของไทยจะหายไป จี้ภาครัฐดูแลค่าเงินบาท ให้เอื้อประโยชน์ต่อภาคการส่งออกมากที่สุด
นายวัลลภ วิตนากร เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า หลังจากเวียดนามลดค่าเงินด่องลง 5% ในขณะนี้ผู้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยยังสามารถปรับตัวแข่งขันได้ โดยสินค้าที่ส่งมอบในช่วงนี้ไม่น่ามีปัญหา เพราะตกลงราคากันแล้ว แต่ในอีก 3-5 เดือนจะมีปัญหาว่าผู้นำเข้าอาจขอให้ผู้ส่งออกไทยลดราคาสินค้าลง โดยผู้นำเข้าอาจจะขอลดราคาลงทันที 5% และหากเวียดนามลดค่าเงินด่องลงอีกครั้ง ก็อาจจะขอลดลงไปถึง 10%
อย่างไรก็ตาม แม้เวียดนามจะลดค่าเงินลงมาก คงยังไม่ทำให้ผู้นำเข้าทุ่มคำสั่งซื้อไปที่เวียดนามทั้งหมดทันที เนื่องจากจะมีความเสี่ยง โดยหากผู้นำเข้าทุ่มคำสั่งซื้อไปที่เวียดนามทั้งหมดอาจมีปัญหาได้ เพราะผู้ผลิตเวียดนามมีปัญหาเรื่องการปล่อยเครดิตที่เข้มงวด เพราะมีเงินทุนไม่มาก รวมทั้งกำลังการผลิตของเวียดนามคงไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ทันที
"หากราคาเครื่องนุ่มห่มของไทยและเวียดนามห่างกัน 5-10% ก็เชื่อว่าผู้นำเข้ายังคงเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและสินค้าแบรนด์เนมของไทยอยู่ แต่หากห่างกันถึง 20% โดยเวียดนามลดค่าเงินด่องลงอีกรวม 20% จะทำให้แต้มต่อจากคุณภาพสินค้าที่ดีกว่าหายไป และจูงใจให้ผู้นำเข้าเลือกสั่งซื้อสินค้าจากเวียดนามได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ส่งออกกังวล ดังนั้นการลดค่าเงินของเวียดนามจึงเป็นปัญหาของผู้ส่งออกไทยที่ภาครัฐควรรีบพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ให้ค่าเงินบาทเอื้อต่อการส่งออกมากขึ้น" นายวัลลภกล่าว
ด้านนายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธานบริษัท เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด กล่าวว่า การส่งออกข้าวในช่วงปลายปีนี้ถึงกลางปีหน้า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการลดค่าเงินด่องเวียดนาม เนื่องจากตลาดเป็นของผู้ขาย แม้ส่วนต่างราคากรณีที่เวียดนามลดค่าเงินด่องลง 5% จะทำให้ราคาข้าวไทยและเวียดนามห่างกันเฉลี่ยตันละ 20-30 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ความต้องการตลาดที่มีอยู่สูงในช่วงดังกล่าวจะทำให้ไทยยังสามารถส่งออกข้าวได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงกลางปีหน้า ราคาข้าวของไทยและเวียดนามที่สูงขึ้น อีกทั้งจากภาพรวมตลาดที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าปริมาณความต้องการจะสูงเช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่ ประกอบกับการลดค่าเงินด่องที่เกิดขึ้นแล้ว และอาจจะมีการปรับลดลงอีก ทำให้การส่งออกข้าวได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
นายผนิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า เวียดนามเป็นผู้ส่งออกกุ้งรายสำคัญในโลกแห่งหนึ่ง ดังนั้น ค่าเงินด่องที่อ่อนลง จะส่งผลกระทบทันทีต่อการส่งออกของไทย ซึ่งการลดค่าเงินขณะนี้ทำให้ราคากุ้งเวียดนามได้เปรียบไทยแล้ว 10% ทำให้ผู้ซื้อเลือกที่จะสั่งซื้อจากเวียดนามมากกว่าไทย ที่ต้องรอจนกว่าเวียดนามส่งออกกุ้งหมดแล้ว จึงจะมีคำสั่งซื้อมาถึงไทย
"ต้องยอมรับว่า สินค้าเกษตรส่งออกส่วนใหญ่จะมีคุณภาพใกล้เคียงกัน รวมถึงระดับราคาใกล้เคียงกัน จึงต้องการให้รัฐดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และให้อยู่ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อภาคการส่งออก ซึ่งไม่ต้องการให้ไทยประกาศลดค่าเงินบาท เหมือนเวียดนาม แต่มองว่าการดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องและค่อยเป็นค่อยไป จะเป็นทางออกที่ดี" นายผนิศวรกล่าว



